กึ่งนักปราชญ์ผู้วางแผนการรบในท้องพระโรงอันสูงศักดิ์มากนัก
หลายวันมานี้เซี่ยเวยคล้ายไม่รีบร้อนออกเดินทาง เหล่าข้าราชการในมณฑลซานตงเองก็มาขอพบกันหมดแล้ว ครั้นเรือนรับรองเงียบสงบบางครั้งเขาจะบรรเลงพิณ อ่านตำรา หรือไม่ก็ทำอาหารเป็นครั้งคราว
ใจเย็นเหลือคณนา
แม้การเดินทางจะล่าช้าก็ไม่เห็นเป็นเรื่องน่ากังวล ทั้งที่วางแผนไว้เสียดิบดี ทว่านอกจากทำอาหารนิด ๆ หน่อย ๆ ให้เจียงเสวี่ยหนิงแล้วก็ไม่ทำ สิ่งใดอีก
เจียงเสวี่ยหนิงโดนเขาคอยต้มด้วยน้ำอุ่นเช่นนี้ก็แทบจะลืมความระแวงคราแรกเสียสิ้น
นางทำอะไรไม่เป็น ยามอยู่ในครัวจึงได้แต่คอยเฝั้าดูไฟ
แต่ถึงกระนั้นก็ยังถูกเซี่ยเวยตำหนิบ่อย ๆ ว่าคุมไฟไม่ดี จะทำให้ อาหารเสียรสชาติมาวันนี้ล่วงเลยเข้าเดือนสิบแล้ว ความหนาวเย็นเสียดกระดูกแห่ง เหมันต์เริ่มปรากฏ ฝังหนึ่งในครัวเป็นกาซึ่งกำลังต้มน้ำร้อน ส่วนอีกฝังเป็นเตาที่กำลังจุดไฟ อุ่นสบายไปทั้งร่าง
ข่าวที่องค์หญิงติดอยู่ต๋าต๋าแพร่ไปทั่วแผ่นดิน
ทุกตรอกซอกซอยต่างพูดถกกันไม่หยุดหย่อน
เจียงเสวี่ยหนิงเติมฟืนใส่เตา นึกขึ้นได้ว่าหลายวันมานี้เหมือนจะไม่เห็นเตาฉินเลย หลังจ้องเปลวไฟอยู่นานก็เงยหน้ามองเซี่ยเวยอย่างอดไม่ไหว
นิ้วเรียวยาวของเซี่ยจวีอันกดเนื้อปลาสดตรงส่วนท้องนุ่ม ๆ ไว้บน เขียง ลงมีดอย่างไม่รีบไม่ร้อน ค่อย ๆ แล่เป็นแผ่นบาง สีหน้าสงบนิ่งเปียมสมาธิไม่ต่างจากตอนอ่านตำราหรือบรรเลงพิณ
น้ำในหม้อตรงหน้าต้มจนเริ่มเดือด