นยามอยู่กับรองราชครูผู้นี้เมื่อกาลก่อน แล้วจึงยิ้มฝืดเฝือน“เซียนเซิงเป็นผู้มีสัจจะก็ย่อมรักษาสัญญาอยู่แล้ว เช่นนี้ศิษย์เองก็วางใจ คำพูดเมื่อครู่อาจล่วงเกินไปบ้าง แต่นั่นเพราะคำนึงถึงความปลอดภัยของเซียนเซิงจริง ๆ ขอเซียนเซิงอย่าถือสาเลยนะเจ้าคะ”
“…”
รอยยิ้มบางซึ่งประดับตรงมุมปากเซี่ยเวยค่อยๆ เลือนหาย
เขาเฉียบแหลมขนาดไหนน่ะหรือ
ก็ถึงขั้นสัมผัสความห่างเหินและระยะที่ไกลห่างของนางได้ในพริบตา เหมือนนางพลันตระหนักได้ว่าก่อนหน้านี้ก่อเรื่องใหญ่ซึ่งร้ายแรงและไม่ บังควร หรือไม่ก็เสียขวัญจากประโยคเมื่อครู่ของเขา
เจียงเสวี่ยหนิงถูกเขาจับจ้องไม่พูดไม่จาก็กังวลอย่างบอกไม่ถูก ทั้งยังนึกโทษตัวเองหน่อยๆ
นางกับเซี่ยเวยเคยผ่านประสบการณ์ไม่ธรรมดาร่วมกันมา
เป็นเหตุให้นางเผลอแสดงนิสัยที่แท้จริงยามไม่ระวังตัว ผ่อนคลาย ความระแวดระวัง ปล่อยให้เซี่ยเวยหาช่องว่างจากเรื่องนี้แล้วรุกคืบเข้ามาเรื่อย ๆ เกรงว่ากว่านางจะได้สติแล้วถอนตัวก็คงสายเกินไปเจียงเสวี่ยหนิงคิดเพียงอยากหนีเอาตัวรอดแต่นางเองก็รู้ว่าหากหนี ไปทั้งอย่างนี้ก็เท่ากับยอมรับว่าตนตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไปโดยปริยาย
นั่นไม่ใช่สิ่งที่นางต้องการเห็น
นางจึงได้แต่เค้นสมองจนในที่สุดก็นึกหัวข้อสนทนาที่ดูเข้าท่าออก ครั้นสงบใจลงบ้างก็เอ่ยถาม “ตอนนี้พวกเราหยุดอยู่ที่จี่หนาน ยังห่างจาก ด่านชายแดนอีกพันลี้ เยี่ยนหลินเป็นขุนนางมี