โทษทว่ารุดไปยังด่าน ชายแดนก่อนแล้ว เขาไม่มีพวกเราคอยดูแล ไม่รู้ต้องเผชิญเรื่องยากลำบากอะไรหรือไม่ หากจะช่วยองค์หญิงก็ต้องเปิดศึกกับพวกต๋าต๋า และหากจะสู้กับพวกต๋าต๋าก็ต้องมีอำนาจทางการทหาร ระหว่างทางศิษย์ไม่กล้าถาม ทว่าบัดนี้…ไม่ทราบเราจะเอาอำนาจทางการทหารมาจากไหนหรือเจ้าคะ”
หรือจะชูธงก่อกบฏทั้งอย่างนี้เลย
ทว่าตระกูลของเยี่ยนหลินถูกเนรเทศไปอยู่หวงโจว ต่อให้ลอบเลี้ยงดูกองทัพไว้ก็ยังไม่อาจเดินทัพไกลถึงด่านชายแดนเพื่อทำศึก ลำพังแค่ความเคลื่อนไหวก็เอิกเกริกจนปิดไม่มิดแล้ว หากแหวกหญ้าจนงูตื่น ราชสำนัก ไม่มีทางมองดูอยู่เฉย ๆ แน่
เมื่อถึงตอนนั้นจะทำเช่นไรเล่า
คำถามของเจียงเสวี่ยหนิงเรียกได้ว่าถามตรงจุด
เพียงแต่ขณะนี้เซี่ยเวยไม่ค่อยอยากตอบนัก
เขาจ้องนางอย่างเงียบงัน ราวกับอยากมองทะลุเนื้อหนังมังสาให้ เข้าใจอย่างถ่องแท้
ผ่านไปครู่หนึ่งถึงค่อยตอบว่า “ปลอมแปลงราชโองการ”
ปลอมแปลงราชโองการ?!
เจียงเสวี่ยหนิงตะลึงจนหนังศีรษะชาวาบนางเร่งใช้ความคิดก่อน พบว่าแผนการนี้แทบจะไร้ที่ติเลยทีเดียว! เซี่ยเวยถกงานราชการในสำนักมหาบัณฑิตเป็นประจำ เขาจึงรู้แนวโน้มทุกอย่างของราชสำนักทะลุปรุโปร่ง หากเซี่ยเวยเป็นผู้ออกหน้ามาพร้อม ‘ราชโองการ’ ที่ว่า แล้วมอบอำนาจทางการทหารที่ด่านชายแดนให้เยี่ยนหลินต่อ ใครเล่าจะกล้ากังขา กว่า ด่านชายแดนจะยืนยันกับทางราชสำนัก หรือกว่าข่าวเรื่องการเปิดศึกจะ แพร่ไปถึงดินแดนภาคกลาง ปั่านน