ิน เพียง เสาะหาแถวราวไพร โชคดีไม่น้อยที่หาเจียงกั่ว[1]กินได้เจอหลายลูก เขย่งเท้าหน่อยก็เด็ดลงมาได้
นางลองกัดคำหนึ่ง ส่วนที่เหลือห่อไว้ในอ้อมอก
ออกไปครั้งนี้ใช้เวลาไม่นานแต่ก็ไม่สั้น ตอนกลับมาก็เห็นบนหินก้อน นั้นมีกระต่ายปั่าถูกถลกหนังคว้านอวัยวะวางอยู่ ทั้งยังได้กลิ่นคาวเลือดจากธารน้ำไหลข้างล่างจาง ๆ คันศรของเซี่ยเวยวางทิ้งไว้ด้านข้าง โลหิตสด บนลูกธนูดอกหนึ่งยังไม่ทันเช็ดให้สะอาด เห็นได้ชัดว่าเพิ่งดึงออกจากร่าง กระต่ายปั่าเคราะห์ร้ายเมื่อไม่นานนี้ส่วนเจ้าตัวนั่งเอื่อยเฉื่อยอยู่ข้างกองไฟที่เพิ่งก่อใช้มีดสั้นลิดกิ่งใบบนปล้องไผ่แข็งท่อนหนึ่ง
มีดสั้นเล่มนั้น…
เจียงเสวี่ยหนิงไม่เคยเห็นเลยระหว่างทาง
ทว่าเนิ่นนานมาแล้วนางอาจเคยเห็น ถึงขั้นว่าเคยใช้งานมาก่อน
นางเดินเข้าไปวางเจียงกั่วในอ้อมแขน มองกระต่ายซึ่งถูกถลกหนัง ผาดหนึ่ง ลอบขมวดคิ้วแต่ก็ไม่ได้เอ่ยปาก เพียงนั่งลงข้างกองไฟ หยิบเจียงกั่วที่ก่อนหน้านี้ตนกัดไปขึ้นมางับ “มีดเล่มนี้ของเซียนเซิงไม่เปลี่ยนมาหลายปีแล้วนะเจ้าคะ”
เซี่ยเวยไม่กล่าวคำ ตัดปล้องไผ่แล้วยกกระต่ายปั่าตัวนั้นมาเสียบ
เจียงเสวี่ยหนิงเคลื่อนสายตามอง “เป็นพ่อครัวไม่สุขสบายกว่ามา ทรมานอยู่ในราชสำนักหรือไร”
เซี่ยเวยมองนางแวบหนึ่ง ยังคงไม่โต้ตอบ
เจียงเสวี่ยหนิงจึงไม่พูดต่อ
ขณะนี้แสงอรุณสว่างจ้า ทั้งสองหนีเอาชีวิตรอดกันมาคืนหนึ่ง หมด สิ้นเรี่ยวแรงตั้งนานแล้วท้องส่งเสียงร้องโครกคร