าก นั่งประจันหน้ากันข้างกองไฟโดยไม่พูดจา มองกระต่ายตัวนั้นค่อยๆ ถูกเปลวเพลิงโลมเลียจนสุก
ทุกอย่างช่างแลดูเงียบสงบ
ราวกับว่าภยันตรายและการวิวาทเมื่อไม่นานมานี้ไม่เคยเกิดขึ้น
ทั้งสองต่างรู้ดีว่า…ในไพรพฤกษ์รกร้าง คนย่อมไม่ต่างอะไรกับสัตว์
ณ ที่แห่งนี้ไม่มีทั้งคุณหนูรองเจียงและไม่มีรองราชครูเซี่ยเวยอะไร ทั้งนั้น ยามอยู่ต่อหน้าความตายใครก็ไม่สูงส่งกว่าใคร ใครก็ไม่ต้องกลัวใคร ต่อให้มีกองทัพอันทรงแสนยานุภาพในมือ มีทรัพย์สินก่ายกองเป็นภูเขา เลากาในบ้าน ตอนนี้ก็ต่างตัวคนเดียวอย่างแท้จริง กระทั่งความแค้นเอย ความเกลียดชังเอย ความรักใคร่เอย ความโกรธเกรี้ยวเอย ต่างก็ดุจดั่ง ไอหมอกเช้านี้ ลอยล่องครู่เดียวก็สลายหายไปทางขอบฟั้า
ตอนรับขากระต่ายที่เซี่ยเวยฉีกส่งมาให้ เจียงเสวี่ยหนิงยังขอบคุณ อย่างมีมารยาททีหนึ่งปั่าเขาลำเนาไพรย่อมไร้น้ำมัน เกลือเครื่องปรุง หรือน้ำส้มสายชู ใด ๆ
ทว่าเซี่ยเวยกลับย่างกระต่ายกรอบนอกนุ่มในคุมไฟได้เยี่ยม ผิว ชั้นนอกสีเหลืองทองเคลือบชั้นมันวาว พอฉีกชิ้นหนึ่งเข้าปากก็ยิ่งได้เนื้อ สัมผัสชั้นยอด พอจะได้กลิ่นหอมของกิ่งต้นสนที่เผาไหม้อยู่ด้านล่างโชยกรุ่น
นางแทบกินนิ้วตัวเองเข้าไปด้วย
แม้ยากจะเทียบกับตอนมีเครื่องปรุงรสอยู่ด้วยจริง ๆ ทว่าขณะนี้ ณ ที่แห่งนี้ ในสถานการณ์เช่นนี้ทิวทัศน์แบบนี้ ถือว่าเลิศรสแล้วหลายปีที่ผ่านมาจะว่าอย่างไรเซี่ยเวยก็นับเป็นขุนนางคนสำคัญประจำรัชกาล กล่าวเส