ก บัดนี้เมื่อนางตั้งท่าจะเอ่ยวาจา ริมฝีปากที่ขยับจึงพลันชิดฝั่ามือเขา
เป็นสัมผัสอันอ่อนนุ่ม
แนบมายังส่วนบอบบางของฝั่ามือ เพิ่มความลื่นและชุ่มชื้นขึ้นอีก หลายส่วน
เซี่ยเวยรู้สึกดุจมีกระแสไฟวิ่งผ่านฝั่ามือจนชาน้อย ๆ
เขาเบนสายตามาจ้องนาง ดึงมือออกอย่างเชื่องช้า
เจียงเสวี่ยหนิงค่อยสูดหายใจเฮือกใหญ่ รีบลุกขึ้นนั่งพิงผนังตู้รถและยกมือลูบอกที่กระเพื่อมขึ้นลงเพราะหัวใจเต้นแรง กระซิบถามเร่งร้อน“เกิดอันใดขึ้นหรือเจ้าคะ”
รถม้าซึ่งแต่เดิมพอสำหรับบรรทุกหนึ่งคนบัดนี้กลับมีสองชีวิต อีกทั้งเซี่ยเวยมีรูปร่างสูงเมื่ออยู่ร่วมกับนางตู้รถจึงยิ่งคับแคบจนค่อนไปทาง เบียดเสียด
เขานั่งขัดสมาธิในห้องโดยสาร
ตอบแค่ว่า “ล่อเสือออกจากถ้ำ”
เจียงเสวี่ยหนิงแทบเผลอกลอกตามองค้อน
ผู้ใดบ้างไม่ทราบว่านี่คือแผนล่อเสือออกจากถ้ำ
คำถามคือเสือที่ว่าคือเสือใด แล้วมาจากที่ใดต่างหาก!
นางสูดหายใจลึก เรียบเรียงเงื่อนงำของสถานการณ์ช่วงนี้ จู่ ๆ พลันนึกถึงเรื่องที่ได้ยินในโรงเตี๊ยมเมืองไท่อาน ความคิดพลันผุดวาบ“นิกาย สวรรค์หรือเจ้าคะ”บนฝั่ามือยังหลงเหลือร่องรอยความชื้นกับสีชมพูดอกอิงเถาจาง ๆ
ภายในพื้นที่คับแคบ แฝงกลิ่นหวานของเครื่องประทินโฉมเบาบาง
นิ้วเซี่ยเวยสั่นเบา ๆ หนังตาก็พลอยกระตุกเขาคว้าผ้าเช็ดหน้าปัก ลายด้านข้างมาเช็ดออกช้า ๆ หัวคิ้วขมวดแน่นสุดขีด “คงไม่ผิดไปจากนี้สักเท่าไหร่”
เจียงเสวี่ยหนิงคิดจะถามต่อตามสัญชาตญาณว่า เหตุใด