นิกายสวรรค์ต้องอยากไล่สังหารเขาด้วย
ทว่าพอช้อนตามองเซี่ยเวยซึ่งอยู่ไม่ไกล นางก็บังเกิดความรู้สึกว่า ท่าทางก้มศีรษะต่ำของเขาแฝงความสงบลึกและอันตรายที่ก่อตัว พลัน นึกถึงชาติที่แล้วขึ้นมา เวลานั้นนิกายสวรรค์ถึงกับกล้าลอบสังหารฮ่องเต้ ด้วยซ้ำ!
แค่ลงมือกับขุนนางคนสนิทของโอรสสวรรค์อย่างเซี่ยเวยจะนับเป็น อะไรได้
ธรรมดาเสียยิ่งกว่าอะไรจริง ๆ
นางถอนใจกล่าว “พวกโจรเร่ร่อนกลุ่มนี้นับว่าใจหาญกล้าเทียมฟั้า จริงเชียว ทว่าเมื่อคิดดูแล้วบนทางหลวงนี้พวกเขาคงไม่กล้าทำตัวโจ่งแจ้ง เกินไป จำนวนคนก็คงมีไม่มาก ปกติแล้วเซียนเซิงวางแผนนำหน้าศัตรู เตรียมการรับมือล่วงหน้าเสมอ ไม่เห็นมีอันใดให้กังวลเลยนี่เจ้าคะ”
เจียงเสวี่ยหนิงมั่นใจในตัวเซี่ยเวย
เซี่ยเวยกลับมีสีหน้าเคร่งเครียดไม่เอื้อนเอ่ย
ด้วยเหตุนี้ หัวใจเจียงเสวี่ยหนิงจึงสะดุดคราหนึ่ง รับรู้ได้ราง ๆ ว่าเรื่องอาจไม่เรียบง่ายถึงเพียงนั้น
เป็นดังคาด ทั้งสองนั่งเงียบในรถได้ไม่ถึงสองเค่อ ทันใดนั้นเตาฉิน ที่อยู่ด้านนอกก็ตะโกน“หยุดก่อน”ทุกคนรีบดึงบังเหียน
รถม้าหยุดลงเช่นกัน
รอบด้านพลันเงียบสงัด
ทางหลวงนี้ห่างจากเมืองไท่อานมากแล้ว เข้าใกล้ช่องเขาหนึ่งที่ขนาบด้วยเทือกเขาซึ่งทอดยาวทั้งทางตะวันตกและตะวันออก แทบมองไม่เห็นบ้านเรือนอีก เงียบเสียจนได้ยินเสียงลมพัดผ่านปั่าได้ถนัดชัด
ทว่าเมื่อทอดมองยังทิศที่พวกเขาจากมา…
กลางปั่ากลับมีฝูงนกหานยา[1]โผบินอย่างแตกตื่น ทั้งยัง