ม่ทันมีเวลาขบคิดด้วยซ้ำว่าสรุปแล้วเกิด เรื่องไม่คาดฝันใดอีก รีบมุดออกจากรถ
ยังไม่ทันยืนมั่นคงเอวก็ถูกจับรวบเบื้องหน้าพร่าเลือนไปชั่วขณะ รู้สึกฟั้าดินหมุนคว้างตอนถูกเซี่ยเวย ดึงขึ้นหลังม้า จากนั้นกอดให้นั่งตรงหน้าเขา!
แทบจะเวลาเดียวกันนี้เองที่เสียงกีบม้าเบื้องหลังแจ่มชัด
คล้ายมีผู้ใดตะโกนแว่ว ๆ
จากนั้นเสียงสั่นสะเทือนตัดอากาศ ‘ฟึบ ๆ ๆๆ’ ก็ดังตามติด ที่แท้ คือศรเตียวหลิง[2]หลายสิบดอกแหวกอากาศ!
ปึก! ปึก!ครึ่งหลังของตู้รถม้าแทบกลายเป็นเม่นทันที!
เตาฉินตัดลูกธนูสองดอกในดาบเดียว แรงสะเทือนส่งผลให้หว่าง นิ้วโปั้งกับนิ้วชี้ชาไปชั่วขณะ พลันบังเกิดความพรั่นพรึงกับตกตะลึงหลาย ส่วน เขาบอกเซี่ยเวยว่า “ในนิกายไม่มีทางมีมือธนูที่เก่งกาจขนาดนี้แน่ ขอรับ!”
ลูกศรโฉบว่อนวุ่นวาย มองไม่ถนัดนักในความมืดแห่งราตรี
ความอำมหิตพลันก่อตัวจากก้นบึ้งของหัวใจเซี่ยเวย
เสียงลมแหวกอากาศดังข้างหู ปลายคิ้วเขาหนาวเสียดแทงดุจน้ำแข็ง ชั่วพริบตาก็ดีดนิ้วใส่ความมืดข้างกาย!
ผึง!
ลูกศรซึ่งพุ่งทะยานเข้ามาในความมืดถูกดีดกระเด็น
เจียงเสวี่ยหนิงรับรู้ได้เพียงความเย็นสายหนึ่งวาดผ่านผิวแก้ม ที่แท้ ก็เป็นศรดอกนั้นที่เฉียดใบหูนาง อันตรายยิ่ง!
ทหารที่ไล่ตามยังไม่ทันปรากฏตัว ห่าลูกศรก็มาถึงก่อน!ไม่ต้องคิดก็รู้ได้ว่าทางด้านหลังมีคนมากมายเท่าใด
นิ้วเซี่ยเวยกำเชือกบังเหียนแน่น เหลือบมองปั่าทึบในขุนเขาลึกทาง ตะวันตก ใคร่ครวญฉับไวก่อนจะ