กลิ่นปทุมาแผ่วจางโชยจากแขนเสื้อนาง เสริมให้ดวงหน้าอันเพริศพรายยิ่งงามสง่าขึ้นหลายส่วน
ทว่านายจ้างท่านนี้มิใช่รักใคร่เงินทองจับจิตหรอกหรือ
บัดนี้ไหนเลยจะมีท่วงทีเหมือนคนค้าขายเหม็นกลิ่นเงินทั่วตัว
สายตาเขาหยุดลงที่เจียงเสวี่ยหนิง สับสนไปชั่วขณะ
เจียงเสวี่ยหนิงกลับหวนนึกถึงคนบางคนและเรื่องบางเรื่องในวันวาน นางมุ่นคิ้วเล็กน้อย ขณะกำลังจะชักมือที่ประคองพิณกลับก็พลันมีเด็กรับใช้วิ่งอย่างรีบร้อนขึ้นมาจากชั้นล่าง “แม่นาง แม่นางขอรับ!”
นางสะดุ้ง “คนที่สวนชิงหยวนหารือกันจบแล้วหรือ”
เด็กคนนั้นกลับชี้ไปด้านนอก ตอบว่า “ไม่ใช่ขอรับ ด้านนอกมีคน บอกว่าต้องการพบท่าน”
ในดินแดนจินหลิงแห่งนี้ นางไม่ได้รู้จักคนมากมายนัก
การหารือที่สวนชิงหยวนยังไม่เสร็จสิ้น ผู้มาหานางจึงย่อมไม่มีทาง เป็นหลี่ว์เสี่ยน
เจียงเสวี่ยหนิงพลันรู้สึกไม่ชอบมาพากล เดิมทียืนอยู่บนแท่นบรรเลงพิณชั้นสอง แทบจะมองตามทิศที่เด็กรับใช้ชี้ริมถนนด้านล่างโรงน้ำชาด้วยสัญชาตญาณ แค่อึดใจสั้น ๆ ที่สายตาเคลื่อนไปเห็น ทั้งร่างพลันแข็งทื่อดุจถูกสายฟั้าฟาด!
นางแทบไม่กล้าเชื่อสายตา
ความคิดแรกที่ผุดในสมองคือ…
เป็นไปไม่ได้
จากเมืองหลวงสู่จินหลิง จากเหนือสู่ใต้ห่างไกลถึงสองพันกว่าลี้ ระหว่างทางต้องสับเปลี่ยนม้าที่ว่องไวเพียงใด ต้องอดทนไม่พักไม่นอน กี่วันคืนถึงห้อตะบึงผ่านด่านแล้วด่านเล่ามาเจียงหนานได้ในเวลาสั้น ๆ แค่สิบกว่าวันเดิมทีเว่ยเหลียงยืนหันหลัง