บนน้อย ๆ มาหาจนสบเข้าพอดี
พริบตานั้นเว่ยเหลียงรู้สึกหวาดผวา
ทั้งที่แววตานั้นราบเรียบสงบนิ่งเสมือนปราศจากอารมณ์ใด ๆ แต่เขาคล้ายเหลือบเห็นวายุคลั่งและประกายคมดาบที่ซุกซ่อนอยู่ภายในครั้น ตั้งสติได้อีกครา สายตานั้นก็กลับสู่ความสงบลึกล้ำดุจเทพเซียน เบนไป ทางอื่นประหนึ่งไม่เคยเปือนโลกีย์
ก่อนหน้านี้หลี่ว์เสี่ยนเคยถามเขาว่า “ถึงจะรู้ว่าเจ้ามิใช่คนเช่นนั้น แต่หากนางไปครานี้แล้วไม่หวนคืนเมืองหลวงอีก เจ้าก็จะนิ่งเฉยปล่อยให้เป็นตามนั้นหรือ”
เขาไม่เคยตอบด้วยทราบดีว่าว่าวนั้นอย่างไรเสียก็ต้องโบยบินสู่ท้องนภา แต่ขอเพียงสายปั่านที่ผูกไว้ยังไม่ขาดสะบั้น แม้จะบินไปไกลอีกสักเท่าใด ท้ายสุดย่อมต้องหวนคืน สัญญาที่นางมีต่อองค์หญิงใหญ่เสิ่นจื่ออีก็คือสายปั่านเส้นนั้น เอง ต้องมีสายปั่านเส้นนี้เขาถึงจะดึงว่าวให้กลับมาได้อย่างสมเหตุสมผล หรือไม่ก็ไล่ตามเส้นสายปั่านไปหานาง
เซี่ยเวยรู้สึกเหมือนตนเสียสติ
ดั้นด้นมาไกลเป็นพันลี้
มาบัดนี้ถึงนึกได้ว่าตนไม่ได้นอนหลับมาหลายวันแล้ว ฉับพลันจึง บังเกิดความเหนื่อยล้าอันยากจะพรรณนา เขาไม่กล่าวคำใด เก็บสายตา กลับคิดจะสั่งคนให้ออกจากที่แห่งนี้
เจียงเสวี่ยหนิงย่อมสังเกตเห็นสายตาของเขาทันทีที่มองเว่ยเหลียง เดิมนางมิได้รู้สึกว่าตนทำเรื่องผิดพลาดอันใด ทว่าชั่วอึดใจที่เขามุ่นคิ้วหลุบตา ไม่ทราบเหตุใดนางจึงบังเกิดความร้อนตัวซึ่งไม่ควรมี
ขณะเดียวกันก็ผุดความกังขานับหมื่นพัน…
ช่วงเ