ัวเราะโดยไม่อาจหาคำอธิบาย ก่อนจะวางถ้วยชา
“แต่ถึงอย่างไรหว่านเหนียงก็เลี้ยงดูข้าจนเติบใหญ่ นางคือมารดาบังเกิดเกล้าของเจ้า หวังให้เจ้ามีความสุขมาตลอด บัดนี้เจ้าออกเรือน ซ้ำยังเข้าพิธีสมรสกับเชื้อพระวงศ์ผู้สูงส่งเช่นหลินจืออ๋อง นางก็ย่อมสมควรจะดีใจมากที่สุดเพราะฉะนั้นไม่ว่าจะด้านความรู้สึกหรือว่าเหตุผลข้าก็ควรมาเยี่ยมและอวยพรเจ้าแทนนางเสียหน่อย”
เมื่อเจียงเสวี่ยฮุ่ยได้ยินนางเอ่ยถึงหว่านเหนียงอีกคราก็หรี่ตาลงเล็กน้อยและเงียบงัน
เจียงเสวี่ยหนิงกลับเป็นมิตรอย่างหาได้น้อยครั้งยิ่ง
ที่ผ่านมาเมื่อนางเอ่ยถึงหว่านเหนียงมักแฝงความรู้สึกไม่ยินยอมพร้อมใจและคับแค้นต่อสิ่งที่ตนสูญเสียไปอยู่บ้าง ทั้งยังริษยาเจียงเสวี่ยฮุ่ยและดูถูกดูแคลน เหตุที่มีท่าทีเช่นนั้นก็แค่เพื่อเก็บรักษาศักดิ์ศรีอันน่าสมเพชเพียงน้อยนิดของตนไว้
บัดนี้ครั้นตัดสินใจแล้วว่าจะไปจากเมืองหลวงก็วางเฉยได้กว่าเดิม
อาจเพราะเหตุไม่คาดฝันทั้งสองชาติท้ายที่สุดนางจึงค้นพบสิ่งที่สำคัญกว่าเรื่องในอดีตเหล่านั้นกระมัง
นางต้องการช่วยองค์หญิง
นางสมควรเดินทางมาเยี่ยมเยียน
“ในอดีตข้าริษยาและเคียดแค้นเจ้าจริงหว่านเหนียงลอบสับเปลี่ยนเจ้ากับข้า เจ้าใช้สถานะของข้า ครอบครองความรักของคนในครอบครัวข้า เสพสุขกับลาภยศของข้า ส่วนข้ากลับสู้เจ้าไม่ได้เลยสักอย่าง จัดการสิ่งใดล้วนโง่งมเงอะงะ หงุดหงิดโมโหง่าย ยิ่งคิดทำดีมากเท่าใดก็ยิ่งทำได้ไม่ดี กลับทำให้ผู้อื่น