เริ่มยังมีผู้รอชมความสนุกสนานจำนวนมาก แต่เมื่อราคาร่วงนานวันเข้าก็เห็นจนชาชิน คิดเพียงว่านาเกลือแห่งนี้จบสิ้นแล้ว ส่วนผู้ซื้อหุ้นก็ถือว่าซวยไป
เดิมทีโหยวเย่ว์จึงนึกว่าวันนี้ไม่น่าจะมีคนมากนัก
คิดไม่ถึงว่าเพิ่งลงรถม้าก็ได้ยินเสียงคนดังออกมาจากโรงเตี๊ยม อึกทึกคึกคักอย่างยิ่ง
“คิดไม่ถึงจริง ๆ ช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ใครกันนะกล้าซื้อหนึ่งหมื่นหุ้นนั้นไป”“ร่วงถึงสามร้อยอีแปะแล้ว ไม่มีใครสนใจแล้วละ!”
“ไม่ใช่ลือกันว่ามีข่าวจากแดนสู่ว่ากำลังสร้างนาเกลือตระกูลเหรินขึ้นมาใหม่หรอกหรือเพียงแต่เมื่อเหรินเหวยจื้อคิดค้นเครื่องขุดบ่ออะไรนั่นก็ทำให้คนรอบนาเกลืออิจฉา ฉวยโอกาสช่วงวิกฤติบีบคั้นให้เขาสอนนาเกลือแห่งอื่นสร้างเครื่องขุดบ่อบ้างถึงจะยอมช่วยเหลือ มิเช่นนั้นจะขัดขวางสุดกำลัง ข้าว่านาเกลือตระกูลเหรินไร้ค่าแล้วละ แต่เจ้าเครื่องขุดบ่อนี้คงพอมีราคาค่างวดจ่ายเงินสามร้อยอีแปะต่อหุ้นเพื่อซื้อสิ่งนี้ถือว่าไม่ขาดทุน!”
“แต่หากบอกวิธีกับผู้อื่นก็หมดค่าแล้วมิใช่หรือ…”“นั่นสินะ ที่แท้ผู้ใดหนอขวัญกล้าเพียงนี้”
“ไม่แน่อาจมีเงินแต่ไม่รู้จะนำไปใช้กับอะไรก็ได้นะ”
ครั้นโหยวเย่ว์ได้ยินเรื่องนี้ขณะอยู่ข้างนอกก็ใจหายวาบ เดินเข้าไปถามผู้ที่เพิ่งเอ่ยวาจาเมื่อครู่โดยลืมไปเสียสนิทว่าตนเป็นธิดาตระกูลใหญ่ซึ่งต้องสำรวมกิริยา “มีคนซื้อหนึ่งหมื่นหุ้นของเถ้าแก่หลี่ว์ไปแล้วหรือ”
คนส่วนใหญ่ภายในโรงเตี๊ยมเป็นบุรุษ ไม่นึกว่าจะมีสตร