น อีกฝั่ายสวมกระโปรงจีบสีเหลืองอ่อน ชุดประจำฤดูใบไม้ผลิเนื้อบางขับเน้นให้ดูอรชรอ้อนแอ้น เรือนผมสีนิลแผ่สยายดั่งขนกา เรือนร่างสมส่วน ใบหน้าขนาดเท่าฝั่ามือยิ่งงามหยดย้อย นัยน์ตาเปล่งประกายแวววาว ทำให้ผู้อื่นเห็นแล้วอับอายที่ไม่อาจเทียบเคียง
ยังมีอีกคนยืนเยื้องหลังนางเล็กน้อย นั่นคือติ้งเฟยซื่อจื่อซึ่งวันก่อนเคยพบหน้าภายในพระราชวังนั่นเอง
รัศมีแห่งความสูงศักดิ์และสง่างามแผ่ทั่วสรรพางค์กายของเขา กอปรกับมีดวงตาดอกท้อสุดโฉดชวนหลงใหลคู่หนึ่ง
เขาเดินมาหยุดข้างกายเจียงเสวี่ยหนิง หากไม่แยแสรอยยิ้มชั่วร้ายขี้เล่นบางเบาแทบมองไม่เห็นที่ประดับบนริมฝีปาก ก็รู้สึกว่าช่างเป็นคู่ที่น่ามองและเหมาะสมกันยิ่งนัก
ทั้งสองแยกกันเดินเข้ามาในโรงเตี๊ยม ผู้อื่นจึงไม่ทราบว่ารู้จักกัน
ทว่าเมื่อโหยวเย่ว์เห็นแล้วพลันเปล่งเสียงด่าทอในใจ ชายบ้าตัณหาหญิงร่านราคะ!
ต่อให้ไม่นับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เรื่องนี้ เดิมทีนางกับเจียงเสวี่ยหนิงก็ผูกความแค้นกันอย่างลึกซึ้งมาก่อน แต่นางเองก็เคยได้ยินพฤติกรรมหลังกลับเมืองหลวงของเซียวติ้งเฟย จึงไม่ค่อยกล้ามีเรื่อง
แต่วันนี้เจียงเสวี่ยหนิงแสดงท่าทีผิดปกติ ส่งยิ้มร่าเริงให้นางเสมือนว่าทั้งคู่ไม่เคยขัดข้องหมองใจกัน “ยากนักจะได้พานพบในสถานที่เช่นนี้ ข้าเองก็สนิทสนมกับฟางอิ๋น เป็นห่วงสถานการณ์ที่แดนสู่ของนางจึงมารอฟังข่าวคราว ในเมื่อคุณหนูโหยวหาห้องส่วนตัวไม่ได้ มิสู้มากับข้าดีหรือไม่”
วั