นนี้เจียงเสวี่ยหนิงกินยาผิดมาหรือไร
นี่คือความคิดแรกที่ผุดในหัวสมองของโหยวเย่ว์
นางหวาดระแวงไม่ไว้ใจแม้แต่น้อย ไม่อยากไปยังห้องส่วนตัวแล้ว แค่นหัวเราะเอ่ยว่า “ผู้ใดไม่รู้บ้างว่าคุณหนูรองเจียงมีวิธีทำร้ายคนนับพันนับหมื่นประการ ข้าไม่อาจทนรับไหวหรอกนะ”
เจียงเสวี่ยหนิงคิดว่าขณะนี้หลิวหยางคงกำลังโน้มน้าวชิงหย่วนปั๋ออยู่ที่จวนเพื่อหลอกเอาหุ้นจำนวนสี่พันหุ้นในมือโหยวเย่ว์ออกมาสุดชีวิตย่อมไม่อาจปล่อยให้นางกลับไปตอนนี้จนทำลายแผนการ
ครั้นใช้ความคิดจึงนึกแผนยั่วยุขึ้นมาได้
ทว่าขณะกำลังจะเอ่ยปาก หางตาพลันเหลือบเห็นเงาร่างหนึ่งเดินเข้ามาจากประตูหน้าทำให้ลืมเลือนถ้อยคำที่ยังไม่ได้เปล่งจนหมดสิ้นรู้สึกเหมือนถูกตัดขาดจากทางโลกไปชั่วขณะ
เหมือนเขาจะไม่ชอบสวมใส่ชุดขุนนาง สวมเพียงเสื้อคลุมยาวสีน้ำเงินเข้มจืดชืดไร้ชีวิตชีวาต่อให้ไม่ได้ชายตามองใคร แต่ผู้อื่นก็ยังคงรู้สึกได้ถึงความสุขุมเยือกเย็นเหนือคนทั่วไป
เย็นชาดุจศิลา อ้างว้างดั่งสระน้ำเย็นเยียบ
คิ้วเรียวยาวราวกับสลักเสลาตกนิด ๆ นิ้วเรียวยาวผอมซูบข้างหนึ่งโผล่พ้นแขนเสื้อหลวมกว้าง กำลังถือกระดาษม้วนหนึ่ง
เขาชะงักฝีเท้าเล็กน้อยเมื่อเห็นเจียงเสวี่ยหนิงและเซียวติ้งเฟยซึ่งยืนอยู่ใกล้ชิด ทว่าก็ยังคงเดินเข้ามา มีเจ้าหน้าที่ของทางการตามหลังมาด้วยอีกสองนาย
ผู้ดูแลสะดุ้งตกใจ
เขารีบเดินออกมาจากหลังโต๊ะแล้วประสานมือคารวะ “ไอ้โหยว มีเหตุอันใดถึงให้ท่านเจ้าหน้าที่