นเขตพระราชวังต้องห้ามก็ยังจะกล้ากล่าววาจาสามหาวอีก…”
ทว่าพูดยังไม่ทันจบ ดวงตาเซียวติ้งเฟยก็ลุกวาว
เขาปรายตามองแวบเดียวก็เห็นเจียงเสวี่ยหนิงทางด้านหลัง
พลันร้องเรียกด้วยความความตกใจระคนยินดี “คุณหนูรอง!”
สายตาของทุกคนไปจับบนร่างของเจียงเสวี่ยหนิงทันควัน
เจียงเสวี่ยหนิงขนศีรษะลุกชัน มุมปากกระตุกเล็กน้อย คิดในใจว่า อภิมหาซวย!
จริงดังคาด พริบตาต่อมาตัวหายนะเซียวติ้งเฟยก็ปรี่มาหาตรงหน้าด้วยท่าทางยินดีเป็นล้นพ้น ท่าทางประหนึ่งคนพเนจรซึ่งเดินทางรอนแรมต่างบ้านต่างเมืองได้พานพบญาติสนิทมิตรสหาย ไหนเลยจะยังเหลือความโอหังอวดดีแบบเมื่อครู่อีก
เขายกมือคารวะนาง
แล้วเอ่ยว่า “คิดไม่ถึงว่าจะได้พบคุณหนูรองเจียงภายในวัง ช่างมีวาสนาต่อกันเหลือเกิน! ของที่ข้าสั่งให้คนยกไปจวนของท่านครั้งก่อน ท่านได้รับแล้วคงถูกใจบ้างกระมัง”
สายตาของผู้คนโดยรอบทอประกายเหลือเชื่อ รวมทั้งหลินจืออ๋องเสิ่นเจี้ยและเหยียนผิงอ๋องซึ่งค่อนข้างเยาว์วัยอีกด้านหนึ่งด้วย พวกเขาเบิกตากว้างเล็กน้อยราวกับเห็นภาพเหตุการณ์แปลกประหลาดพิสดารหายาก
เจียงเสวี่ยหนิงนึกถึงคำเตือนของเซี่ยเวย
นางฝืนเก็บรอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้ากลับไปเจ็ดส่วน ทวีความเย็นชาอยู่บ้างอย่างเห็นได้ชัด ครั้นคารวะกลับก็ตอบว่า “ของขวัญล้ำค่าของซื่อจื่อข้าได้รับโดยปราศจากความดีความชอบ นึกละอายใจยิ่งนัก หวังว่าวันหน้าซื่อจื่อจะกรุณานำกลับคืนไปเจ้าค่ะ”
ใบหน้าหล่อเหลาเจ้าสำราญของ