ังจากเข้าเฝั้าถวายพระพร
คราวนี้ประจวบเหมาะนัก เจอกลุ่มของเซียวซูเข้าพอดี
เซียวซูถือเป็นไข่มุกท่ามกลางกลุ่มพระสหายร่วมศึกษาแห่งเรือนหยางจื่อ ทุกคนเห็นนางเป็นผู้นำ อีกทั้งยามนี้ต้องเดินทางไปเข้าเฝั้าไทเฮานางย่อมเดินนำหน้าเป็นธรรมดา
เซียวติ้งเฟยเห็นนางตั้งแต่แวบแรก
เขาเชิดปลายคางคมขึ้นทันที เดินเอามือไพล่หลังเข้ามาหาด้วยกิริยาเย่อหยิ่งเหยียดหยามไม่เห็นเซียวซูอยู่ในสายตา แค่นเสียงหัวเราะกรุ้มกริ่มพลางมองสำรวจชุดชาววังอันหรูหราของเซียวซู “ไก่ปั่าเสียบขนที่เก็บมาได้แค่ไม่กี่เส้นก็หลอกลวงผู้อื่นว่าตนเป็นหงส์ฟั้าเสียแล้ว!”
คณะของเรือนหยางจื่อพลันตาโตอ้าปากค้างประการแรก พวกนางคิดไม่ถึงว่าติ้งเฟยซื่อจื่อจะกล่าววาจาหยาบคายไร้มารยาทเช่นนี้ ส่วนประการที่สอง ไม่นึกว่าเขาจะไร้มารยาทต่อเซียวซูผู้มีสายเลือดตระกูลเซียวเหมือนกัน!
โหยวเย่ว์ใจเต้นไม่เป็นส่ำแทบจะทันที
เซียวซูใบหน้าคล้ำเขียว นับตั้งแต่ฮ่องเต้ทรงลำเอียงปกปั้องฝังนั้น เซียวติ้งเฟยก็ยิ่งแสดงพฤติกรรมโอหังอวดดีที่จวนกั๋วกงจนไม่เห็นผู้ใดในสายตา ใบหน้าของคนตระกูลเซียวถูกบดขยี้เหยียบย่ำติดพื้นดิน! ต่อให้ที่ผ่านมานางจะเป็นสตรีมากความสามารถจนวงศ์ตระกูลภาคภูมิใจทว่าเมื่อเผชิญหน้าคนเช่นนี้ก็เสียกระบวนและทำอะไรไม่ถูกอย่างเห็นได้ชัด!
ต่อหน้าผู้คนตั้งมากมายนางเองก็ไม่ยอมถอยพลันตำหนิว่า “หากท่านไปกล่าววาจาเพ้อเจ้อเหลวไหลที่อื่นยังพอทำเนา แต่บัดนี้อยู่ใ