อิงซึ่งกำลังดูการเดินหมาก โหยวเย่ว์นั่งดื่มชาตรงหัวมุม เป็นไม้เบื่อไม้เมากับนางมาตลอดจึงเพียงมองมาด้วยสายตาเหยียดหยัน ฟางเมี่ยว กำลังยืนขมวดคิ้วจ้องมองลวดลายกรอบหน้าต่าง ไม่รู้ว่ากำลังคิดเรื่องโหราศาสตร์ฮวงจุ้ยอะไรอยู่อีกหรือเปล่าเหยาหรงหรงผู้ขี้ขลาดตาขาวนั่งถือเข็มกับด้ายกำลังปักผ้าเช็ดหน้าอยู่ตรงข้ามโหยวเย่ว์ ส่วนเจียงเสวี่ยฮุ่ยกอปรด้วยความสง่างามและสงบเยือกเย็นมากที่สุด นั่งถือตำราอยู่หลังแจกันปักดอกเหมยสีแดงสดสูงเท่าครึ่งลำตัวคน เพียงช้อนดวงตาเหลือบมองเจียงเสวี่ยหนิงจากนั้นจึงก้มหน้าอ่านตำราต่อ
พระสหายร่วมศึกษาตอนนี้สมควรมีเก้าคน
แต่เมื่อรวมเจียงเสวี่ยหนิงแล้วยังขาดไปคนหนึ่ง นั่นคือเหยาซีธิดาเสนาบดีกรมขุนนางซึ่งเคยมีเรื่องกระทบกระทั่งกับเจียงเสวี่ยหนิงไม่น้อยตอนนี้เองเซียวซูถึงช้อนสายตามองอย่างเรียบเฉย กล่าวเตือนสติด้วยน้ำเสียงคล้ายประชดคล้ายไม่ประชดราวกับมองความกังขาของนางออก “ไม่นานมานี้น้องหญิงตระกูลเหยาถูกลงโทษให้กลับบ้านเพราะเรื่องของเวินเจาอี๋ไม่ใช่หรือ นางล้มปั่วยอยู่หลายวัน นอนซมบนเตียงลุกไม่ขึ้นน่ะ ตอนนี้ดูเหมือนคุณหนูรองเจียงกำลังตามหานางอยู่ ช่างสมกับคำที่ว่าผู้สูงศักดิ์มักขี้ลืมเสียจริง”
มีผู้ใดไม่รู้บ้างว่าตอนนั้นเจียงเสวี่ยหนิงขัดแย้งกับเหยาซีเพราะจางเจอ
คราแรกเหยาซีต้องการถอนหมั้น
ภายหลังเมื่อพบจางเจอที่ตำหนักฉือหนิงระหว่างเกิดคดีหยกหรูอี้ก็เปลี่ยนใจไม่อยากถอนหมั