อถึงวันคัดเลือก ขอเพียงนางแสดงฝีมือให้ดี กอปรกับจ่ายเงินซื้อตัวคนมาช่วยแต่งองค์ทรงเครื่องอย่างงดงาม ไม่แน่อาจได้รับความโปรดปรานจากเสิ่นเจี้ย ได้ก้าวขึ้นเป็นพระชายาอ๋องทันทีเลยก็ได้
ยามนี้เมื่อหันกลับมามองดวงหน้าของเจียงเสวี่ยหนิงซึ่งไม่ได้งามเฉิดฉันเช่นกาลก่อนก็รู้สึกเหนือกว่าหลายส่วน…
ที่ผ่านมาผู้ใดไม่รู้บ้างว่าเจียงเสวี่ยหนิงมีหย่งอี้โหวซื่อจื่อเยี่ยนหลินคอยดูแล เพียงแต่จวนโหวล่มสลายตั้งแต่ปีที่แล้วภายหลังหลินจืออ๋องทรงรู้จักนาง ทั้งยังตรัสเป็นนัยว่าจะดูแล น่าเสียดายที่ยามนี้เมื่อเสิ่นเจี้ยทรงคัดเลือกพระชายา ชื่อที่จวนตระกูลเจียงเสนอกลับเป็นเจียงเสวี่ยฮุ่ย เจียงเสวี่ยหนิงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแม้แต่น้อย
องค์หญิงใหญ่โปรดปรานและเชื่อพระทัยเจียงเสวี่ยหนิงก็จริง ทว่าวันนี้ไม่เหมือนวันวานอีกไม่นานเสิ่นจื่ออีต้องเสด็จไปอภิเษกสมรสเชื่อมสัมพันธไมตรีกับต๋าต๋า ต่อให้ยังปกปั้องเจียงเสวี่ยหนิงได้ ทว่าจะปกปั้องต่อไปได้สักเท่าไร
เจียงเสวี่ยหนิงยามนี้จึงเป็นเสมือนตั๊กแตนหลังฤดูใบไม้ร่วง[1]ที่จะมีชีวิตรอดอยู่ได้อีกไม่กี่วันสินะ…โหยวเย่ว์เป็นพวกเจ็บไม่รู้จักจำ ลืมเลือนสิ้นว่าในอดีตเคยได้รับบทเรียนจากเจียงเสวี่ยหนิงตอนอยู่ที่นี่ นางถอนหายใจเสียงแปลกประหลาดและเอ่ยว่า “พวกเรากำลังจะไปเข้าเฝั้าไทเฮาแท้ๆ ไยคุณหนูรองเจียงถึงต้องหน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยเล่า”
เจียงเสวี่ยหนิงเคลื่อนสายตากลับไปมอง
โหยวเย่ว์คลุมเส