ื่อวางแผนการใหญ่
หากไม่ควบคุม เกรงว่าแม้แต่เซียวติ้งเฟยก็คงได้ใจจนลืมตัว
เมื่อคิดเช่นนี้เซี่ยเวยจึงเรียกเจี้ยนซูเข้ามาและสั่งว่า “อีกสักครู่จงบอกให้เตาฉินเดินทางไปตักเตือนเขาด้วยตนเองสักครา วางมาดสร้างความน่ายำเกรงได้ที่แล้วก็อย่าก่อเรื่องให้ลุกลามบานปลายนัก…”
เพิ่งกล่าวจบ พลันบังเกิดเสียงอึกทึกดังจากภายนอก
ฟังแล้วคล้ายกำลังเกิดเรื่อง
หลี่ว์เสี่ยนซึ่งกำลังตรวจบัญชีอดเงยหน้าไม่ได้เขาเงี่ยหูฟังอยู่ครู่หนึ่ง ทันใดนั้นก็เลิกคิ้วผลักบานหน้าต่างด้านข้างและมองถนนข้างนอก “ดูเหมือน พวกต๋าต๋าที่เข้ามายังเมืองหลวงช่วงก่อนปีใหม่จะกำลังควบม้าก่อกวนในตัวเมือง…”
ครั้นเซี่ยเวยได้ยินก็ย่นหัวคิ้ว ทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างเช่นกัน
ด้านหลังสับสนอลหม่านดังคาด
นอกจากนั้นยังมีรถม้าคันหนึ่งล้มเอียงอยู่ข้างทาง สารถีกำลังคุกเข่าตรวจสอบล้อรถ ส่วนสตรีผู้ห่มร่างด้วยเสื้อคลุมกันลมขนจิ้งจอกหิมะบุผ้าแพรต่วนสีแดงด้านในกำลังยืนดูอยู่ด้านข้างใบหน้างามหมดจดขนาดเท่าฝั่ามือเย็นชาประดุจน้ำค้างแข็ง
หลี่ว์เสี่ยนเองก็เห็นแล้ว อดเคลื่อนสายตามองเซี่ยเวยไม่ได้
*****
ราชทูตจากต๋าต๋ากลุ่มนี้ช่างเปียมแสนยานุภาพเหลือเกินนะ!
เห็นเมืองหลวงเป็นเสมือนบ้านของตนเองแล้วจริง ๆเดิมทีเจียงเสวี่ยหนิงต้องการออกจากจวนตระกูลเจียงช้ากว่าเจียงเสวี่ยฮุ่ยเล็กน้อย หากไม่ประสบเหตุไม่คาดฝันอันใดระหว่างทางก็คงไปถึงตามเวลาที่วังหลวงกำหนดไว้พอดี แต่เม