แต่หากหาไม่ยาก ไยต้องมารบกวนใช้งานหลี่ว์เสี่ยนด้วยเล่า
ขณะนั่งแผ่นหลังก็หันหาบานหน้าต่างกรุกระดาษขาว ใบหน้าจมความหม่นหมองเล็กน้อยเขาวางถ้วยชาเอ่ยขึ้นมาว่า “รบกวนตามหาให้ข้าอีกสักครั้งสิ”
หลี่ว์เสี่ยนหัวแทบระเบิดแล้วจริง ๆ
เขารู้อยู่แก่ใจว่าในเมื่อเซี่ยเวยมาพบด้วยตนเอง เกรงว่าพิณคันนี้ต้องการเร่งด่วนพอสมควร เขานวดขมับ สุดท้ายก็สั่งให้คนข้างล่างนำสมุดบัญชีสิ่งของที่เพิ่งนำเข้าคลังไม่กี่เดือนก่อนออกมา พลิกหาเทียบทีละชิ้น ต้องการตามหาแผ่นไม้ที่มีเนื้อและลวดลายใกล้เคียงกับแผ่นตรงหน้า เพื่อจะได้แผ่นไม้ลักษณะเทียบเท่าพิณคันที่เซี่ยเวยทำก่อนหน้านี้เขาหาอยู่ครึ่งค่อนวันก็ไม่ประสบผลสำเร็จทว่ากลับทำให้หัวสมองสว่างวาบ พลันนึกอะไรบางอย่างได้ “วันนี้ในเมื่อเจ้ามีเวลาว่างมาที่นี่ คงได้ยินพฤติกรรมไม่เห็นหัวผู้ใดของเซียวติ้งเฟยที่จวนกั๋วกงช่วงนี้มาบ้างแล้วกระมัง”
นี่ก็ถือเป็นปัญหาเรื่องหนึ่ง
ช่วงสิบกว่าวันที่ผ่านมาไม่ว่าเซียวติ้งเฟยจะก่อเรื่องเหลวไหลแค่ไหนก็ไม่มีสิ่งใดไม่เข้าหูเซี่ยเวย เพียงแต่เขาเพิ่งเข้ารับหน้าที่ดูแลกรมโยธาธิการเป็นครั้งแรกทำให้งานรัดตัว อีกทั้งผู้ที่เซียวติ้งเฟยหาเรื่องคือตระกูลเซียว เขาจึงไม่สนใจชั่วคราว ทว่าเรื่องราวใด ๆ ก็ตามบนโลกนี้หากทำเกินเลยจะกลายเป็นส่งผลเสีย หากต้องการโค่นล้มตระกูลเซียว นั่นมิใช่เรื่องที่จะกระทำได้ภายในวันสองวัน เมื่อก่อเรื่องวุ่นวายไปสักพักก็ควรหยุดเพ