นางเป็นสตรีหน้าบาง นี่เป็นเหตุผลประการแรก
หลินจืออ๋องเสิ่นเจี้ยกำลังจะคัดเลือกพระชายา นี่คือเหตุผลประการที่สอง
นางย่อมไม่เคยกระทำเรื่องนอกกรอบจารีตอันใด แต่หากวาจาต่ำช้าสกปรกโสมมของเซียวติ้งเฟยแพร่ออกไป แม้ตัวนางเองจะบริสุทธิ์ผุดผ่องแต่ก็ต้องถูกคนลือกันจนระคายหูไม่น่าฟังชื่อเสียงถูกทำลายปั่นปีอย่างง่ายดาย ดังนั้นจึงไม่กล้าพูดให้ผู้ใดฟังอีกเป็นอันขาด
กลายเป็นคนใบ้กินหวงเหลียน[1] มีความทุกข์แต่ยากจะเอ่ย
ก่อนจากกันฮ่องเต้ยังมีพระราชโองการด้วยพระพักตร์บึ้งตึง พระราช- ทานกองกำลังส่วนตัวหนึ่งหน่วยให้เซียวติ้งเฟยเพื่อคุ้มครองความปลอดภัย นอกจากนี้ยังทรงให้เซียวหย่วนลงโทษผู้ที่บังอาจลงมือต่อเซียวติ้งเฟยวันนั้นโทษฐาน‘ล่วงเกินเจ้านาย’ ด้วย หากยังกระทำผิดอีกจะไม่ละเว้นโดยง่ายแล้ว
น่าสงสารพวกบ่าวรับใช้ เพียงลงมือตามคำสั่งของเซียวซูล้วน ๆ
พอเจ้านายทั้งหลายกลับจากวังหลวง พวกเขาก็ถูกลงโทษสถานหนักโดยมีเซียวติ้งเฟยไล่ชี้ตัวเรียงคน เมื่อคืนไม่ว่าใครที่ดึงตัวเขาแม้เพียงครั้งเดียวก็จะถูกจับลากมากดติดพื้นลานเรือนแล้วโบยด้วยท่อนไม้จำนวนห้าสิบครั้ง เนื้อขาสองข้างปริแตกอาบโลหิต หากไม่ได้พักฟืนสักหลายเดือนก็มิอาจลงจากเตียงได้
ทำงานด้วยความซื่อสัตย์ต่อผู้เป็นนาย ทว่าเจ้านายกลับไม่ปกปั้อง กระทั่งว่ายังผลักไสพวกเขาออกมาเป็นแพะรับบาปเสียอีก บ่าวไพร่ทั้งหลายไหนเลยจะคิดว่าตนต้องมาประสบสถานการณ์เช่นนี้ยิ่งไม่ต้