้วโก่งซึ่งบรรจงแต่งแต้มเบาบางนั้นสลักลึกถึงดวงจิต ทำให้แม้แต่หัวใจยังชาวาบ สุขซาบซ่านไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย ไหนเลยยังจะจดจำความไม่สบอารมณ์อันใดได้อีก
เขาประชิดเข้าหานางด้วยท่าทางคล้ายต้องการประจบเอาใจ “ก็ไม่มีอะไร แค่ใคร่ขอคำชี้แนะเท่านั้น”
เจียงเสวี่ยหนิงเลิกคิ้ว “ขอคำชี้แนะ?”เซียวติ้งเฟยเหยียดนิ้วมือนับ “เจ้าดูสิ ข้ามีบิดาตัวดีอยู่คนหนึ่ง มีน้องสาวตัวดีอยู่คนหนึ่ง มีน้องชายตัวดีอยู่คนหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีมารดาเลี้ยงตัวดีอยู่อีกคนด้วย เฮ้อ พอข้าคนนี้กลับมาพวกเขาย่อมไม่สบอารมณ์และคิดจะจัดการข้าได้ยินว่าสมัยก่อนเจ้าเป็นจอมมารร้ายนามอุโฆษในเมืองหลวงเช่นกัน ตอนนั้นพอกลับมาก็ก่อเรื่องวุ่นวายจนทั้งครอบครัวอยู่กันไม่เป็นสุข เดิมทีข้ากะจะเลียนแบบเจ้า แต่พอคิดให้ดี ตระกูลเซียวร้ายกาจกว่าตระกูลเจียงเป็นอักโขใช่หรือไม่เจ้าว่าข้าควรทำตัวเป็นเต่าหดหัวไปสักระยะเพื่อรักษาชีวิตก่อน เมื่อคุ้นเคยกับทุกสิ่งแล้วค่อยจัดการพวกเขาอีกคราดีหรือเปล่า”
เจียงเสวี่ยหนิง “…”
ข้ากลายเป็น ‘จอมมารร้าย’ ไปได้อย่างไรนี่
เซียวติ้งเฟยกะพริบตา “เป็นอะไร มีสิ่งใดไม่ถูกต้องหรือ”
เจียงเสวี่ยหนิงอมยิ้ม “เปล่า ไม่มี เพียงกำลังคิดว่าต่อให้ท่านต้องการทำตัวเป็นเต่าหดหัวเกรงว่าคงจะเป็นการกระทำที่ไร้ประโยชน์อยู่ดีกระมัง”
เซียวติ้งเฟยฉงนสนเท่ห์ “อธิบายได้หรือไม่”
เจียงเสวี่ยหนิงแสดงท่าทีประหนึ่งคนเคยผ่านมาแล้ว กล่าวอย่างแช่มช้า “เ