แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยวางจิตคิดชั่ว บัดนี้จึงกลายเป็นเภทภัยต่อโลกมนุษย์ ช่างเป็นความกังวลอันยิ่งใหญ่ภายในใจเราเสียเหลือเกิน เซียนเซิงคิดเห็นเช่นไรกับติ้งเฟยซื่อจื่อที่กลับมาวันนี้”
เซี่ยเวยย้อนถาม “ฝั่าบาททรงเห็นว่าอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ”
เสิ่นหลางตรัสตอบ “เราไม่ได้พบหน้าติ้งเฟยมายี่สิบปี ไหนเลยจะจดจำรูปร่างหน้าตาของเขาได้แม่นยำ มิหนำซ้ำเวลายี่สิบปีผันผ่านรวดเร็วรูปลักษณ์ยามวัยเยาว์ไม่อาจนับได้เนื่องจากคนเราย่อมเติบโตและเปลี่ยนแปลง ทว่าขณะอยู่ตำหนักจินหลวนเราหยั่งเชิงถามเขาถึงเรื่องราวสมัยเด็ก สำหรับตัวเราเองเรื่องน่าสนุกบางอย่างยังพอจำได้ จึงจงใจแต่งเรื่องเพิ่มบ้าง ปรากฏว่าเขาเองก็จำไม่ได้หรือไม่ก็ไม่กล้ายืนยันว่าเคยเกิดขึ้นหรือเปล่า ทว่ากลับสมจริงอยู่หลายส่วนเพียงแต่เราไม่กล้าเชื่อเลยจริง ๆ ว่าติ้งเฟยในสมัยนั้นจะกลายเป็นเช่นนี้…”
พระเนตรเปล่งประกายวาบ ยากจะคาดเดาอยู่บ้าง
เซี่ยเวยเอ่ย “หากสิ่งที่ติ้งเฟยซื่อจื่อกล่าวในตำหนักเรื่องที่ว่านิกายสวรรค์ต้องการเลี้ยงดูเขาเป็นหุ่นเชิดคือความจริง เขาย่อมได้รับการอบรมเลี้ยงดูให้ไม่แตกฉานทั้งบุ๋นและบู๊ ต่อให้สมัยก่อนเคยมีพรสวรรค์เป็นเลิศ หากภายหลังปราศจากการร่ำเรียนเขียนอ่านจนเสียเปล่าก็นับเป็นเรื่องปกติพ่ะย่ะค่ะ เมื่อเทียบกับการที่คนผู้นี้จะใช่ตัวจริงหรือเปล่า ฝั่าบาทคงกังวลพระทัยยิ่งกว่าสินะพ่ะย่ะค่ะว่าอาจเป็นแผนการของนิกายสวรรค์”เสิ่นหลางถอนพระทัย