“ผู้รู้ใจเราคือเซียนเซิง!”
พระองค์ทรงลุกขึ้นเอาพระหัตถ์ไพล่หลังเดินย่ำพระบาทอยู่ภายในหอจดหมายเหตุหลวงใต้“หากนิกายสวรรค์ต้องการใช้เขาเป็นหุ่นเชิดจริงแล้วพวกเราจะรู้ได้อย่างไรว่าการที่บัดนี้เขาเดินทางมาถึงเมืองหลวงจะเป็นแผนการของนิกายสวรรค์หรือไม่ ว่านซิวจื่อเจ้าเล่ห์เพทุบายจนมิอาจดูแคลน เพียงแต่…”
เซี่ยเวยกล่าวต่อ “เพียงแต่ถึงอย่างไรคนผู้นี้ก็เป็นผู้มีพระคุณเคยช่วยชีวิตฝั่าบาท ทั้งยังเป็นที่โจษจันของราษฎรทั้งแผ่นดิน ทำให้ทรงตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเหลือแสน”เสิ่นหลางตรัส “เรื่องตึงมืออยู่ตรงนี้เอง”
เซี่ยเวยครั้นได้ฟังก็เผยรอยยิ้ม “ไยฝั่าบาทต้องกังวลพระทัยด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
เสิ่นหลางและสมณะหยวนจีต่างมองเขา
บทที่ 145 อับอายขายหน้า (2)เซี่ยเวยเอ่ย “ในเมื่อฝั่าบาททรงระลึกถึงบุญคุณครั้งเก่า มิหนำซ้ำเขายังเป็นที่โจษจันของราษฎรทั่วทั้งแผ่นดิน หากจะพระราชทานพระมหา-กรุณาธิคุณแก่ติ้งเฟยซื่อจื่อเป็นเท่าตัวก็ถือว่าปกติ การปล่อยให้เขาพูดพล่ามเหลวไหลไร้สาระในตำหนักจินหลวนแสดงให้เห็นถึงพระมหา-กรุณาธิคุณแล้ว ถ้าเรื่องนี้เป็นแผนการของนิกายสวรรค์ ไม่ช้าก็เร็วต้องเผยสายสนกลในให้เห็น เทียบกับการปล่อยตัวติ้งเฟยซื่อจื่อไป ไม่สู้เก็บเขาไว้เพื่อคอยจับตาดูอย่างใกล้ชิดจะดีกว่าหากเขาปราศจากส่วนเกี่ยวข้องกับนิกายสวรรค์จริง ฝั่าบาทย่อมทรงหลุดพ้นจากสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก หากเขายังคงมีส่วนเกี่ยวข้องกับนิกา