ยสวรรค์ ฝั่าบาทก็ทรงเคยแสดงพระมหากรุณาธิคุณต่อเขาไปแล้ว ถึงเวลานั้นถ้าต้องสังหารก็นับว่าเขาหาเรื่องใส่ตัว แล้วใต้หล้านี้จะยังมีผู้ใดติเตียนได้อีกเล่าพ่ะย่ะค่ะ”
เสิ่นหลางทรงพิเคราะห์อยู่นาน “เช่นนี้ถือว่าเราพยายามทำดีที่สุดแล้ว จริงสิ ได้ยินว่าท่านถูกลอบสังหารระหว่างทางกลับมาเมืองหลวงด้วยหรือ”
เซี่ยเวยผงกศีรษะ “ผู้ลอบสังหารล้วนเป็นหน่วยกล้าตาย คล้ายพุ่งเปั้ามาที่ติ้งเฟยซื่อจื่อพ่ะย่ะค่ะ”
เสิ่นหลางตรัสถาม “เก็บพยานผู้รอดชีวิตเอาไว้บ้างหรือไม่”
เซี่ยเวยตอบอย่างเรียบเฉย “สุดท้ายเหลือรอดอยู่ผู้หนึ่ง แต่กระหม่อมเห็นว่ามันเป็นหน่วยกล้าตายรู้ดีแก่ใจว่าไม่อาจถามอะไรได้แน่ จึงสั่งให้สังหารมันเสียพ่ะย่ะค่ะ”
“อา เช่นนี้…” เสิ่นหลางคล้ายคาดไม่ถึงหลุบพระเนตรขบคิดสักครู่ประหนึ่งเสียดายเล็กๆ “ก็น่าเสียดายอยู่บ้างจริง ๆ”
เพียงแต่ปราศจากเจตนาจะซักไซ้ไล่เลียง
เซี่ยเวย “กระหม่อมเลินเล่อเองพ่ะย่ะค่ะ”
เสิ่นหลางรีบโบกพระหัตถ์ “ไม่เป็นไร ก็แค่หน่วยกล้าตาย เราคิดว่านิกายสวรรค์คงยังไม่ยอมล้มเลิกความคิดชั่วช้าหรอก ติ้งเฟยซื่อจื่ออยู่นิกายสวรรค์มาช้านานย่อมรู้เรื่องราวภายในนิกายไม่น้อย คนพวกนั้นจึงจะสังหารปิดปากบัดนี้เขาเพิ่งกลับมาเมืองหลวง ยังปรับตัวไม่ค่อยได้สักเท่าไหร่ ค่อยบอกให้เขาเล่าเพิ่มเติมอีกหน่อยแล้วกัน แต่คงต้องรบกวนเซี่ยเซียนเซิงแล้ว”
เซี่ยเวยค้อมกาย “กระหม่อมยินดีทำคุณไถ่โทษพ่ะย่ะค่ะ”
เสิ่นหลางทร