ระหว่างการช่วงชิงตำแหน่งรัชทายาทสมัยรัชกาลก่อน ย่อมไม่เผยอารมณ์ความรู้สึกง่ายดายนัก กลับทรงพระสรวล“ฮ่า ๆ” ด้วยความยินดีปรีดาเต็มเปียม แม้แต่พระพักตร์ซึ่งเดิมทีดูหม่นหมองและค่อนข้างอมโรคยังทวีความสดใสหลายส่วนอย่างชัดเจน“ยี่สิบปี ยี่สิบปีแล้ว เราคิดไม่ถึงเลยว่ายังจะได้พบเจ้าอีก! รีบลุกขึ้น รีบลุกขึ้นเถอะ”
มารดามันเถอะ ฮ่องเต้ผู้นี้เสแสร้งเก่งจริง ๆ
เซียวติ้งเฟยคุกเข่าบนพื้นจนรู้สึกเจ็บ ตอนยังอยู่นิกายสวรรค์ไม่มีผู้ใดกล้าให้เขาคุกเข่าด้วยซ้ำทว่าพอมาถึงราชสำนักผายลมสุนัขนี่กลับมีแต่กฎระเบียบ เพียงแต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันหากแสดงละครไม่ดีอาจหัวหลุดจากบ่า เขาจึงทำได้เพียงนึกก่นด่าสองสามคำในขณะที่เปลือกนอกลุกขึ้นด้วยความซาบซึ้งใจเป็นล้นพ้น
ส่วนน้ำตาน่ะหรือ บทจะมาก็มาได้
นับว่าไม่ทิ้งฝีมือการแสร้งทำตัวน่าสงสารขณะเป็นกระยาจกข้างถนนเมื่อสิบกว่าปีก่อนแม้แต่น้อย เขาร้องไห้สะอึกสะอื้นกลางตำหนัก“ยี่สิบปีผันผ่าน ต้องไกลจากเมืองหลวงไปอยู่นิกายสวรรค์ ไม่อาจถวายความช่วยเหลือให้ฝั่าบาททรงรอดพ้นภยันตราย ไม่อาจแสดงความจงรักภักดีต่อราชสำนัก กระหม่อม กระหม่อม…”
ติ้งกั๋วกงเซียวหย่วนยืนอยู่ด้านข้าง พูดได้เลยว่ามองดูเซียวติ้งเฟยเดินทางกลับมาตลอดเส้นทาง รู้สึกกับอีกฝั่ายเหมือนเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่ไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน
ไหนเลยจะคาดคิดว่าการเข้าเฝั้าที่ท้องพระโรงจะกลายเป็นเช่นนี้
จึงตะลึงงันในบัดดล
เสิ่นหล