เปล่งเสียงร่ำไห้ด้วยความรวดร้าว “จากนั้นก็สังหารทุกคนจนหมดสิ้นพ่ะย่ะค่ะ! ศพของเด็กน้อยสามร้อยคนถูกโยนลงจากหอประตู กองสุมอยู่นอกประตูวัง…”
ตำหนักจินหลวนเงียบกริบในบัดดล
ไม่มีผู้ใดจินตนาการออกว่านั่นจะเป็นภาพเหตุการณ์อันน่าสังเวชที่ไม่อาจทนดูขนาดไหน
เซียวหย่วนเองก็ใบหน้าบึ้งตึง
เซี่ยเวยยืนอย่างสงบนิ่งอยู่ด้านหน้า หลุบตาลงพร้อมขนตาที่พาดปิด บดบังแววตาซึ่งแปรเปลี่ยนร้อยแปดพันประการ
เสิ่นหลางทอดถอนพระทัยและตรัสว่า “เรื่องนี้เป็นความผิดพลาดของเรา ความผิดพลาดของราชสำนัก!”
ครั้นวาจานี้เปล่งออกมา ขุนนางทั้งราชสำนักต่างตัวสั่นงันงก ไม่มีผู้ใดกล้ารับคำ
มีเพียงเสียงของเซียวติ้งเฟยที่ดังมาตลอดเวลา
เขาไม่ลุกขึ้น ยังคงคุกเข่าบนพื้นเช่นเดิม“เมื่อกระหม่อมเห็นก็คิดจะออกไปขัดขวาง จนใจที่ผู้อื่นมีอำนาจชี้เป็นชี้ตาย ส่วนกระหม่อมเสมือนเนื้อบนเขียงไร้ซึ่งกำลังจะต่อต้าน ผิงหนานอ๋องเห็นว่ากระหม่อมไม่เชื่อฟัง จึงสั่งให้คนนำตัวกระหม่อมไปกักขัง ไม่นานนักกำลังเสริมทั้งสองแห่งจากค่ายใหญ่ทงโจวกับเฟิงไถก็มาถึงพวกเขาโต้กลับด้วยการโจมตีเมืองหลวงเพื่อถวายความช่วยเหลือฝั่าบาท ผิงหนานอ๋องมัดตัวกระหม่อมไว้และพามายังเบื้องหน้ากองทัพของทั้งสองฝั่ายเพื่อใช้เป็นตัวประกัน คิดไม่ถึงว่ากำลังเสริมจะรู้อยู่ก่อนแล้วว่าฝั่าบาททรงปลอดภัย จึงต่อสู้ตามปกติโดยปราศจากความกริ่งเกรง ครานี้ผิงหนานอ๋องจึงตระหนักได้ว่าหลงกลเสียแล้ว บันดาลโ