็จับกุมเด็กน้อยคนหนึ่งพร้อมบอกว่าเป็นบุตรของกระหม่อมจริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ ทว่ากระหม่อมอยู่ไกลจึงไม่อาจมองเห็นเขาได้ชัดเจนและเด็กคนนั้นเองก็มิได้เปล่งเสียงเลยสักแอะ นอกจากนี้ ต่อให้เด็กคนนั้นเป็นบุตรของกระหม่อมจริง อย่างไรเสียขุนนางก็ต้องทุ่มเทเพื่อบ้านเมืองสุดความสามารถตราบจนชีวิตจะหาไม่ กระหม่อมจึงไม่มีเวลาไปให้ความสนใจ หลังจากลังเลครู่หนึ่งจึงปล่อยผ่านแล้วมุ่งตรงบุกเข้าเมืองหลวงทันที เดิมคิดว่าจะจับเป็นหัวหน้าโจรสองคนนั้น นึกไม่ถึงว่าพวกมันจะหลบหนีไปรวดเร็วเสียเหลือเกินราวกับทาน้ำมันไว้ที่เท้า สุดท้ายจึงปล่อยให้หนีไปได้พ่ะย่ะค่ะ…”
พอกล่าวเช่นนี้ รายละเอียดปลีกย่อยของเหตุการณ์ครานั้นก็ถูกต้องตรงกันทุกประการ
เพียงแต่เสิ่นหลางยังคงไม่แน่พระทัยอยู่บ้าง…
ภาพดวงตาของเด็กซึ่งเป็นสหายร่วมศึกษาของตนยามผินหน้ากลับมามองก่อนลาจากค่อยๆ ผุดขึ้นในความทรงจำอันเลือนราง ดุจซากปรัก-หักพังปรากฏหลังสายน้ำลดระดับ ซ้อนทับกับดวงตาของเซียวติ้งเฟยทางด้านล่างในยามนี้จนแจ่มชัดขึ้นทีละน้อย
หรือข้าจะเข้าใจผิดไป
เซียวติ้งเฟยเป็นขุนนางผู้ซื่อสัตย์ภักดีจริง ๆสมัยนั้นตอนออกไปแทนเขาก็ปราศจากคำตัดพ้อส่วนการที่เสด็จแม่รั้งเยี่ยนฮูหยินไว้ในวังหลวงเป็นตัวประกันบีบคั้นอีกฝั่าย แท้จริงแล้วแค่ตีตนไปก่อนไข้หรือ
เสิ่นหลางวางพระกรบนที่เท้าพระกรมังกรเล่นมุกทั้งสองข้างซึ่งทำจากทองคำบริสุทธิ์ กล่าวอย่างแช่มช้า “แต่ต่อมาหลังจากเมือง