จนคนฟังกลัวตัวสั่น “จะดีจะชั่วก็เป็นลูกศิษย์ของข้ามานาน ทว่ากลยุทธ์และวิสัยทัศน์ไม่เพิ่มพูนเลยสักนิด ชอบใช้แต่ลูกเล่นชั้นต่ำไม่ได้เรื่องเช่นนี้แทน! ผู้ใดสั่งสอนเจ้ากันหา?”
เขาน้าวเกาทัณฑ์จนสุดสายโดยมิสิ้นเปลืองแรง แล้วพละกำลังจะธรรมดาสามัญได้อย่างไร
เพียงออกแรงเล็กน้อยเจียงเสวี่ยหนิงก็เจ็บแล้ว
น้ำตาพลันไหลริน ครั้นได้ยินเขาตั้งคำถามก็เหมือนมีเสียงอสุนีบาตดังสนั่นหู เพิ่งนึกได้ว่าสีหน้าท่าทางแบบนี้ของตนเป็นสิ่งที่เซี่ยเวยชิงชังที่สุด ชาติก่อนก็เป็นเช่นนี้เหมือนกัน นางหวาดหวั่นจนไม่กล้าเปล่งวาจา
เซี่ยเวยทอดสายตามองนางจากเบื้องสูงกล่าวด้วยน้ำเสียงน่าสะพรึงกลัว “สาเหตุที่ข้าไม่ฆ่าเจ้าเพราะเห็นว่าเนื้อแท้ของเจ้าไม่ได้เลวร้ายเพียงแต่มนุษย์บนโลกนี้หากเลวร้ายจะต้องถูกกำจัด หากโง่เขลายิ่งไม่อาจเก็บไว้ ข้าไว้ชีวิตเจ้าไปครั้งหนึ่ง แต่เจ้ากลับละทิ้งชีวิต เห็นเป็นการละเล่นของเด็กน้อยเสียได้ อยากจะช่วยคนแต่ไม่มีปัญญาหาวิธีที่สูงส่งกว่านี้จนต้องนำตัวเองเข้าไปพัวพัน หนิงรอง สิ่งที่เจ้าเรียนรู้ไปนับว่าเสียเปล่าแล้วจริง ๆ !”
เจียงเสวี่ยหนิงตะลึงงันแต่คล้ายเซี่ยเวยรังเกียจนางยิ่งนัก เขาคลายมือพลางหลุบเปลือกตา ไม่ชายตามองนางอีก“ไสหัวไปฝึกพิณ”
เจียงเสวี่ยหนิงนิ่งอึ้งมองเขาอยู่นาน อดคิดไม่ได้ว่า ท่านเคยสอนสิ่งที่มีประโยชน์กับข้าที่ไหนกันเล่า ผ่านไปครู่หนึ่งถึงจะได้สติ คิดว่าศีรษะตนคงถูกประตูหนีบเข้าเสีย