มองดูการแสดงออกที่เต็มไปด้วยพิรุธของเซียวหย่วนอย่างเงียบเชียบ
เซี่ยเวยเพียงรู้สึกว่าน่าขัน
เขาเปล่งเสียงหัวเราะออกมาจริง ๆ ทำให้มองเห็นความรู้สึกต่าง ๆ ที่ฉายวาบบนใบหน้าเซียวหย่วนได้ถนัดตา ทั้งความหวาดกลัว ความหวาดระแวง จิตสังหาร และอาการร้อนตัว เซี่ยเวยจึงเอ่ยวาจาอย่างอ่อนโยนเป็นมิตรซึ่งแฝงความชั่วร้ายเป็นล้นพ้นประโยคหนึ่ง “หากเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงก็ต้องขอแสดงความยินดีต่อท่านแล้ว ติ้งเฟยซื่อจื่อประสบคราเคราะห์แต่กลับรอดชีวิตท่านกั๋วกงเองก็จะมีทายาทสืบตระกูล ภายภาคหน้าตระกูลเซียวจะต้องมีแต่ความผาสุกเป็นแน่!”เซียวหย่วนหงุดหงิดเดือดดาลเหลือแสน แต่เนื่องจากละอายใจจึงไม่กล้าออกอาการ เขาเผยรอยยิ้มด้วยสีหน้าที่น่าเกลียดยิ่งกว่ายามร้องไห้เสียด้วยซ้ำ ตอบกลับไปว่า “หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น”
เซี่ยเวยถามทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ “คุณชายติ้งเฟยยังไม่พักผ่อน ท่านไม่เข้าไปดูหน่อยหรือ”
เซียวหย่วนยังไม่ทันตอบ คู่สนทนาก็กล่าวยิ้มๆ ราวกับตระหนักบางสิ่งขึ้นมาได้ “ลืมไปเลยลองนับดูแล้วพวกท่านก็ไม่ได้พบปะกันมายี่สิบปีการพบหน้าหลังจากไม่ได้เจอะกันนานอาจทำให้ท่านรู้สึกกระอักกระอ่วน ยิ่งไปกว่านั้นคนผู้นี้อาจไม่ใช่ตัวจริงด้วยซ้ำ ท่านจะสองจิตสองใจก็เป็นเรื่องปกติ”เซียวหย่วนทำได้เพียงตอบว่า “ใช่ ใช่”
สายลมหอบหนึ่งพัดมาอีกครา เซี่ยเวยรู้สึกหนาวและไอออกมา เมื่อทอดสายตามองราตรีที่มีแต่หิมะสะท้อนแสงรำไรก็หลุบเปลือกตาลงอ