่าขาของเซียวเยี่ยจะหายดีหรือไม่ แล้วจู่ ๆ ทหารผู้หนึ่งก็รีบร้อนวิ่งเข้ามารายงานว่าเซี่ยเซียนเซิงจับกุมกบฏนิกายสวรรค์ได้คนหนึ่ง มีนามว่า ‘เซียวติ้งเฟย’ !
เซียวหย่วนรู้สึกอย่างกับมีสายอสุนีบาตฟาดลงมา!
เขาคว้าตัวนายทหารผู้นั้นแล้วถามไปสามรอบถึงกล้าเชื่อว่าตนไม่ได้หูฝาด
ต่อมาหนังตาก็กระตุกรุนแรง ทว่าความหวาดกลัวสารพัดอย่างกลับถั่งท้นภายในจิตใจเป็นไปได้อย่างไร คงเป็นเรื่องบังเอิญกระมัง เด็กคนนั้นยังมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร เด็กผู้ทรงคุณธรรมสามร้อยคนถูกฝังใต้หิมะกันหมดแล้วนี่นา!
เด็กเล็กขนาดนั้น เด็กเล็กขนาดนั้น…
เซียวหย่วนรู้มาตลอดว่าเซี่ยจวีอันถนัดการสำรวจถ้อยคำและสีหน้า เขาจึงเอ่ยขึ้นมาอีกคราด้วยเกรงจะถูกจับพิรุธอะไร “ข้าได้ยินว่าคนผู้นั้นคล้ายจะมีนามว่า ‘ติ้งเฟย’ รึ”
ขณะเปล่งสองคำนี้ออกมา พลันรู้สึกท้ายทอยเย็นวาบกลางเหมันต์หิมะหนาวเหน็บ สายลมหนาวพัดรุนแรง
อารามซั่งชิงสร้างบนภูเขา ร่มเงาไม้แน่นขนัดยามสายลมหนาวพัดผ่านก็โยกไหวจนหิมะปลิวร่วงจากปลายกิ่ง ในความเงียบสงัดคล้ายมีวิญญาณร้ายเหยียบย่างท่ามกลางพื้นหิมะช่างน่าอกสั่นขวัญหาย
ชายชุดสีขาวราวหิมะของเซี่ยเวยถูกสายลมพัดจนสะบัดพลิ้ว
เจี้ยนซูถือโคมสาดส่อง ยามมองเซี่ยเวยจึงรู้สึกดวงตาพร่าพรายยิ่ง
กลางราตรีหิมะหนาวยะเยือก เซี่ยเวยจับจ้องผู้นำตระกูลใหญ่อย่างตระกูลเซียวตรงหน้าแล้วหัวเราะเบา ๆ ท่วงท่าของเขางดงามเสียเหลือเกิน ไม่รู้ว่าเหมือนเทพเซีย