่ยคงยากจะรอดพ้นความผิดไปได้”
จางเจอ “ท่านกล่าวหนักเกินไปแล้ว”
เซี่ยเวย “หนิงรองศิษย์ผู้นั้นของข้านิสัยดื้อรั้นซุกซน ลำบากให้ใต้เท้าจางต้องคอยดูแลตลอดทาง นางคงไม่ได้สร้างความยุ่งยากอันใดให้ท่านกระมัง”
จางเจอได้ยิน ‘หนิงรอง’ สองคำนี้ก็นึกถึงจุดจบที่อีกฝั่ายเลือกในชาติก่อน รู้สึกว่าเรื่องนี้อาจมีนัยแอบแฝงบางอย่างที่ตนไม่รู้ อย่างไรก็ตามเขาเองก็มิได้เกลียดชังเซี่ยเวยซึ่งถูกลิขิตว่าสักวันหนึ่งต้องกลายเป็นโจรกบฏผู้เปียมความทะเยอทะยานและอำมหิตสักเท่าใด
เนื่องด้วยใต้หล้าสงบสุขแล้ว วีรบุรุษถึงต้องสังเวยชีวิตเช่นนั้นหรือ
หรือเป็นเพราะสาเหตุอื่นกันแน่…
เขาตอบช้า ๆ “คุณหนูรองเจียง นางเป็นคนฉลาดหัวไวมาก…”
เพียงแต่ยังสะกดกลั้นอารมณ์ไม่ค่อยได้เช่นเคย
เซี่ยเวยเห็นอีกฝั่ายไม่เดินเข้ามาหาเสียทีจึงหัวเราะ “เหมือนว่าใต้เท้าจางจะไม่ค่อยเห็นด้วยกับคนแซ่เซี่ยสักเท่าไหร่นะ”
เซี่ยเวยปรายตามองศพสาวกนิกายสวรรค์ที่กองสุมเป็นชั้น ๆ ด้านล่างแวบหนึ่งด้วยแววตาไร้ความรู้สึก
ส่วนจางเจอเพียงหลุบเปลือกตาและหยิบของสิ่งหนึ่งจากแขนเสื้อพร้อมกล่าวเรียบ ๆ “เมื่อครู่รองราชครูเซี่ยสั่งให้คนตามหาของสิ่งนี้ใช่หรือไม่”สิ่งที่เขาคีบอยู่ในมือคือกระดาษบางครึ่งแผ่น
นั่นเป็นสารลับจากตู้จวินซานเหรินที่เฝิงหมิงอวี่อัครมหาเสนาบดีซ้ายแห่งนิกายสวรรค์เคยถือ!
หางตาเซี่ยเวยกระตุกเล็กน้อย
ส่วนเตาฉินยิ่งตกตะลึง
จางเจอส่งกระดาษแผ่นนี้ให้เตาฉ