เอิญพบกันในพระราชวังฤดูร้อนอีกครา ขณะนั้นทั้งเขาและนางต่างหลบสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาในยามบ่าย
เขาคือรองเสนาบดีจางผู้หัวแข็ง นิสัยไม่ดีและไม่ยอมไว้หน้าผู้ใด ส่วนนางคือฮองเฮาหน้าระรื่นผู้โอหังที่หากไม่ได้แกล้งคนก็จะไม่พอใจ
นางจงใจเหยียบชายชุดของเขา
เขาคิดว่าหากให้โอกาสเลือกอีกครั้ง ตนจะไม่ค้อมเอวลงไปฉีกชายชุด แต่จะปล่อยให้นางเหยียบไป ขอเพียงนางพึงพอใจ ใคร่เหยียบนานเท่าใดก็จะปล่อยให้เหยียบนานเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม จางเจอได้ยินเสียงเซี่ยเวยลุกขึ้นและเสียงสั่งให้คนเปิดประตูห้องขังก่อนที่อีกฝั่ายจะกล่าวกับตนว่า “เจ้าไปเสียเถอะ”
โซ่และแม่กุญแจซึ่งแขวนบนประตูห้องขังส่งเสียงขณะแกว่งไกวเบา ๆ
จางเจอสวมชุดนักโทษซึ่งเปือนโลหิตไปทั้งร่าง นั่งในคุกอยู่นานก็เผยรอยยิ้ม “ขุนนางผู้มีโทษเช่นข้าต้องการเพียงเซ่นไหว้มารดาเท่านั้น”
ต่อมา…
ต่อมา
จางเจอมองเซี่ยเวยผู้อยู่ไกลออกไปเบื้องหน้ารู้สึกว่าสำหรับชาวโลกแล้ว คนผู้นี้เปรียบเสมือนปริศนาที่ยากจะแก้ เพียงแต่คล้ายว่าชาตินี้เขาจะปรากฏร่องรอยของความเป็นมนุษย์ให้เห็นบ้างไม่เหมือนนักปราชญ์ผู้อยู่ไกลสุดขอบฟั้าอีก
เซี่ยเวยทั้งไม่เดินไปหาและไม่ได้เรียกเขาเข้ามา เพียงเอ่ยว่า “ติ้งกั๋วกงขอพระราชทานพระราชโองการจากฝั่าบาทเพื่อชิงนำหน้าเข้าเมืองทงโจว แผนการของคนแซ่เซี่ยจึงถูกทำลายและทำให้ใต้เท้าจางต้องเดือดร้อนประสบคราเคราะห์โชคดีไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต มิเช่นนั้นคนแซ่เซี