ักษาพระองค์ตะโกนโหวกเหวกขัดจังหวะขึ้นมา“ฝีมือยิงเกาทัณฑ์ของท่านราชครูยอดเยี่ยมมากเลยไม่ใช่หรือ ข้าเคยเห็นคราวก่อนเขายิงได้แม่นยำราวกับจับวางแน่ะ!”
เดิมทีนี่คือการเสด็จแปรพระราชฐานคลายร้อน เซี่ยเวยจึงไม่ควรตามมาด้วย
เขารั้งอยู่เมืองหลวงเพื่อช่วยฮ่องเต้สะสางพระราชกิจใหญ่บางประการ เพียงแต่ช่วงนี้มีหลายเรื่องที่ไม่อาจตัดสินใจ จำต้องหารือกับฮ่องเต้ เมื่อวานเขาถึงขี่ม้าตามมา ฮ่องเต้สั่งให้เขาอยู่พักผ่อนหนึ่งวัน วันนี้เขาจึงยังไม่ได้จากไปและประสบเรื่องนี้เข้าพอดีเมื่อคำพูดนี้เปล่งออกมา สายตาของทุกคนจึงพลันจับไปที่เขา
ชายหนุ่มผู้นี้คือราชครูคนปัจจุบัน ขณะนั้นเขาสวมเสื้อคลุมนักพรตสีครามหม่น กำลังย่นหัวคิ้วเล็กน้อย
เสิ่นเจี้ยหัวเราะพร้อมขอให้เขาลองดูสักครา
เจียงเสวี่ยหนิงคล้ายไม่ชอบหน้าคนผู้นี้ นางคว่ำมุมปากเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็นคราหนึ่ง กล่าวสำทับตอนท้ายด้วยท่าทางเรียบเฉยว่า“ต้องการแบบมีชีวิต”
เวลานั้นเซี่ยเวยน้าวเกาทัณฑ์และพาดลูกศรบนแล่งแล้ว
เมื่อได้ยินก็ผินหน้ามองเจียงเสวี่ยหนิงแวบหนึ่ง
ตอนนั้นจางเจอรู้สึกว่าราชครูคนปัจจุบันผู้เป็นนักปราชญ์นามอุโฆษมาช้านานคงไม่ชอบหน้าเจียงเสวี่ยหนิงเช่นเดียวกับขุนนางชั้นผู้ใหญ่คนอื่น
เกาทัณฑ์ส่งเสียงดัง ‘ฟึบ’ แล้วพุ่งทะลุเมฆายิงตัดผ่านพงพนาดั่งสายอสุนีบาต
ลูกศรแฉลบปีกซ้ายของนกสาลิกาดงหางหงส์ตัวหนึ่งอย่างน่าหวาดเสียว!
นกตัวนั้นส่งเสียงร้องน่าเวทนา ก่อ