่ง กราบทูลเรื่องนี้กับนางตัวสั่นงันงก
ทว่าเจียงเสวี่ยหนิงมิได้มีปฏิกิริยาอะไรตอบสนอง
ได้ยินว่านางนอนอุดอู้อยู่ในวังสองวัน ฮ่องเต้เสด็จมาหาก็ไม่สนใจ นับจากวันนั้นระเบียงทางเดินของตำหนักคุนหนิงก็เงียบสงัด ไม่ได้ยินเสียงนกร้องอีกเลย
บางทีนางอาจไม่ได้ชอบเสื้อผ้าอาภรณ์หรูหราอาหารเลิศรส และการท่องเที่ยวเพื่อหาความสำราญโดยแท้จริงก็ได้
สิ่งที่นางรักมีเพียงนกน้อยปีกงามหลากสีสันตัวนั้น
เพียงแต่บางครั้งเมื่อคนเราลุ่มหลงสิ่งใดก็ทำให้หลงลืมความเป็นตัวเอง
จางเจอเงยศีรษะมองดูท้องฟั้ามืดทะมึน ไพล่นึกถึงถ้อยคำที่ดรุณีน้อยกล่าวกับเขาริมฝังแม่น้ำละแวกหมู่บ้าน เขาพลันรู้สึกยินดีกับนางขึ้นมา
แม้จะเสี่ยงอันตรายแล้วมันทำไมเล่า
เขาเคลื่อนสายตากลับไปมองเฝิงหมิงอวี่กล่าวเสียงเรียบ “นางไม่เรื่องมาก”
นี่ยังไม่เรื่องมากอีกหรือ
เฝิงหมิงอวี่รู้สึกว่าตนยังคลำเงื่อนงำอะไรไม่เจอ หากต้องพูดจาอ้อมค้อมกับเจ้าคนหน้าตายผู้นี้ต่อก็ไม่รู้ต้องใช้เวลาอีกนานเพียงใดถึงจะหลอกถามสิ่งที่ตนอยากรู้ได้ ไม่สู้เลิกพร่ำวาจาเรื่อยเปือยไร้สาระแล้วถามเปิดอกกันเลยดีกว่า“เพียงแต่ข้าไม่เข้าใจ ทั้งที่น้องสาวของท่านเป็นสตรีงามหยาดเยิ้ม แล้วท่านหักใจพามาได้อย่างไร หากเกิดเหตุไม่คาดฝันกับนางจะทำเช่นไรเล่า”
———————–
หากตอบคำถามนี้ไม่ดี ผิดพลาดขึ้นมาอาจมีอันตรายถึงชีวิตก็เป็นได้
“คือ…”
เจียงเสวี่ยหนิงสนทนากับหวงเฉียนมาตลอดทาง นางตอบคำถามหยั่งเช