นะ!”
“…”
ทุกคนต่างพูดไม่ออก
ใครต่อใครทยอยแบ่งกลุ่มเดินเข้าไปในเมืองโดยมีเซียวติ้งเฟยนำหน้า
ทงโจวคือเส้นทางสายหลักที่ใช้เดินทางเข้าออกเมืองหลวงทางทิศใต้ นอกจากนี้ยังมีค่ายทหารตั้งอยู่นอกตัวเมืองห่างออกไปหลายสิบลี้ การมีหย่งอี้โหวเป็นผู้บังคับบัญชาทำให้การปกครองเข้มงวดกวดขัน ช่วงหลายปีที่ผ่านมาจึงมีทหารชั่วโจรเลวอยู่น้อย พ่อค้าที่เดินทางสัญจรจากทางใต้มาทางเหนือมีมากมาย เวลาปิดประตูเมืองค่อนข้างดึกเพียงแต่ครั้นจวนโหวล้ม ค่ายใหญ่ในทงโจวก็เกิดเหตุจลาจลครั้งหนึ่ง วุ่นวายกันอยู่บ้าง
ถึงตอนนี้บางคนจึงเฉื่อยชาอย่างเลี่ยงไม่ได้
ครั้นฟั้ามืด ดวงตาของทหารเฝั้าประตูเมืองก็ไม่เบิกกว้างอีก หาวหวอดกันครั้งแล้วครั้งเล่าเมื่อเห็นว่าผู้ที่เดินเข้าออกล้วนแต่งตัวธรรมดาเรียบง่ายก็ยิ่งขาดความกระตือรือร้น
สาวกนิกายสวรรค์และนักโทษหลายกลุ่มข้างหน้าผ่านเข้าเมืองได้โดยปลอดภัย
จางเจอกับเฝิงหมิงอวี่ตามอยู่ด้านหลังทั้งสองทิ้งม้าเปลี่ยนเป็นเดินเท้า
หลายวันก่อนหิมะตก ดินจึงยังเปียกแฉะอยู่บ้าง แต่เพราะอากาศยามเหมันต์หนาวเหน็บจึงทำให้ดินถูกแช่แข็ง เมื่อย่ำลงไปกลับวางเท้าได้มั่นคงพอสมควร
ทว่าสายลมยามค่ำยิ่งพัดก็ยิ่งเย็นเยือก
จางเจอรูปร่างผอมสูงลำตัวเหยียดตรง เมื่ออยู่ท่ามกลางสายลมหนาวสะท้านมีบุคลิกเย็นชาประมาณหนึ่ง
เฝิงหมิงอวี่นับว่าเคยเห็นผู้มีบุคลิกองอาจห้าวหาญภายในนิกายมานักต่อนัก แต่อย่างไรเสียนิกายสวรรค์ก็ตั้งอย