ู่ในยุทธภพ คนเหล่านั้นจึงยังแฝงบุคลิกเยี่ยงชาวบ้านร้านตลาดที่เห็นได้ทั่วไปอยู่บ้าง ทว่าใต้เท้าจางตรงหน้ากลับแผ่กลิ่นอายสุขุมลุ่มลึกทั่วร่าง จับผิดไม่ได้แม้แต่น้อย
ลำพังแค่บุคลิกก็ทำให้เขาอดชื่นชมไม่ได้แล้ว
น่าเสียดายหลังจากได้รับจดหมายฉบับนั้น ผู้ที่เฝิงหมิงอวี่สงสัยเป็นคนแรกก็คือเขา ยามนี้เฝิงหมิงอวี่จึงกล่าวยิ้ม ๆ ว่า “เมื่อครู่ดูเหมือนน้องสาวของท่านจะไม่ค่อยพอใจนัก นางคงสนิทสนมกับใต้เท้าจางอย่างยิ่งกระมัง พี่น้องสนิทชิดเชื้อถึงเพียงนี้แต่จู่ ๆ กลับต้องมาแยกจาก นางจึงถลึงตาราวกับจะจับข้ากินอย่างไรอย่างนั้น เฮ้อข้ารู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นคนชั่วช้าไปเสียแล้ว”เขาเอ่ยถึงเหตุการณ์ตอนแยกจางเจอกับเจียงเสวี่ยหนิงออกจากกัน
จางเจอยังคงจดจำได้
นิกายสวรรค์จับแยกเขากับนาง แสดงว่าบังเกิดความคิดจะหยั่งเชิงเป็นแน่แท้ เจียงเสวี่ยหนิงไม่มีทางมองไม่ออก แต่ต่อให้มองออกก็ใช่ว่าจะยอมรับอย่างสมัครใจ
ผู้ใดใช้ให้นางเป็นสตรี ทั้งยังแสดงเป็นน้องสาวของจางเจอเล่า
ด้วยเหตุนี้เมื่อนางรู้ว่าจางเจอต้องร่วมเดินทางกับเฝิงหมิงอวี่ นางจึงกล่าวอย่างกระแทกกระทั้นว่า “ตาเฒ่าเอ๊ย มีเรื่องจะคุยกับพี่ชายข้าแท้ ๆ ยังจะมาหาข้ออ้างให้ดูดีอะไรอีก!”
กล่าวจบก็แค่นเสียงกลอกตา ถึงกับกระทืบเท้าเฝิงหมิงอวี่อย่างแรงทีหนึ่ง!
เฝิงหมิงอวี่ตาโตอ้าปากค้าง
สาวน้อยเหยียบเสร็จก็ไม่แยแสหรือชายตาแลผู้ใดทั้งสิ้น สะบัดหน้ากะบึงกะบอน เดินมุ่งไปทา