] แขวนกับขื่อทิ่มแทงขา[2] นอนฟืนชิมน้ำดีขม[3] และตื่นทำงานเมื่อฟั้ายังไม่สาง กินข้าวยามมืดค่ำ[4]มาก่อนกระมังท่านช่างถ่อมตัวเกินไปแล้วจริง ๆ เจ้าค่ะ”เซียวติ้งเฟยงุนงง “เจ้าพูดอะไรน่ะ ไก่มีน้ำดีด้วยหรือ”
เจียงเสวี่ยหนิง “…”
นางลืมไปว่าอีกฝั่ายไร้ความรู้ความสามารถเสียจนฟังสำนวนพวกนี้ไม่เข้าใจ
รอยยิ้มที่ประดับริมฝีปากลอบเลือนหายไปครู่หนึ่ง นางรีบปรับคำพูดใหม่เพื่ออธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้น “ข้าหมายความว่าท่านต้องเคยตกทุกข์ได้ยากจึงมีสถานะเช่นวันนี้เจ้าค่ะ”
ผู้ใดจะคาดคิดว่าเซียวติ้งเฟยได้ยินแล้วกลับหัวเราะลั่น โบกมือเป็นพัลวัน “ผิดแล้ว ผิดแล้ว!”เจียงเสวี่ยหนิงนิ่งงัน “ผิดแล้ว?”
รูปโฉมโดดเด่นของเซียวติ้งเฟยค่อนข้างกอปรด้วยความอุกอาจชั่วร้ายไม่อยู่กับร่องกับรอย ความเจ้าชู้สำรวยชำแรกลึกถึงกระดูก การยกมือด้วยท่าทางสบาย ๆ แบบนั้น แม้จะมีบุคลิกอย่างหนุ่มเสเพลแต่ก็ยังแฝงท่าทีเหมือนผู้รอบรู้ให้คำชี้แนะอยู่บ้าง “ข้าน่ะไม่เคยตกทุกข์ได้ยาก แม่นางไม่ได้อยู่ในนิกายเรา ย่อมไม่รู้ว่าการจะลืมตาอ้าปากในนิกายยากลำบากเพียงใด สิบคนจะรอดชีวิตได้สักสอง อีกทั้งหนึ่งในนั้นยังเหลือชีวิตเพียงครึ่งเดียว ใต้หล้านี้มีบางคนโชคดีจนได้เกิดมาดี เช่นคุณชายอย่างข้าผู้ไม่รู้ว่าบุพการีที่อยู่ตรงซอกมุมไหนมอบใบหน้าดูดีเช่นนี้มาให้ใช้ความงามและความหนาคอยหากิน ว่าอย่างไร งามมากใช่หรือไม่”ระหว่างพูดยังชี้หน้าตัวเองอีกต่างหาก
เขามี