คิ้วเรียวยาวและโหนกคิ้วสูง ดวงตาดอกท้อ จมูกโด่ง โครงหน้าลึก ริมฝีปากบางแวววาวชุ่มชื้น มุมปากหยักยกขึ้นเล็กน้อย ให้ความรู้สึกเยี่ยงผู้ไม่ยอมอยู่ในโอวาทและกรอบประเพณีหน่อย ๆ
หากมองแวบเดียวจะรู้สึกว่าเขาหล่อเหลาสง่างาม
แต่ถ้าจ้องรายละเอียดเครื่องหน้ากลับคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก
หากผู้อื่นได้ยิน เกรงว่าคงฟังความล้ำลึกของถ้อยคำนี้ไม่ออก
อย่างไรเสียเจียงเสวี่ยหนิงก็เป็นผู้ที่กลับมาจากชาติก่อน ภาพซึ่งผุดในใจคือเซียวซูกับเซียวเยี่ยผู้เป็นน้องชาย นางคิดถึงขั้นว่าหากนำใบหน้าของติ้งกั๋วกงเซียวหย่วนมาซ้อนทับกับใบหน้าของเซียวติ้งเฟยก็จะคล้ายคลึงกันอยู่สามส่วน
ส่วนที่เหลือนั้น…
——————–1. ยินเสียงไก่ขันพลันตื่นขึ้นรำกระบี่ เป็นสำนวนเปรียบเปรยว่าคนมีปณิธานทำประโยชน์ตอบแทนประเทศชาติจะมีความกระตือรือร้น2. แขวนกับขื่อทิ่มแทงขา เป็นสำนวนสื่อถึงความขยันหมั่นเพียร มีที่มาจากวิธีแก้ง่วงของคนสองคนที่นั่งอ่านหนังสือ ซุนจิ้งเอาเชือกมาผูกผมกับขื่อบ้าน พอเผลอสัปหงกเชือกจะดึงผมให้เจ็บ ส่วนซูฉินเมื่อรู้สึกง่วงจะใช้เข็มทิ่มต้นขาตัวเอง3. นอนฟืนชิมน้ำดีขม เป็นสำนวน มักใช้เพื่อสอนว่าคนเราต้องเคี่ยวกรำตนเองเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จดังที่มุ่งหวัง มีที่มาจากเจ้าแคว้นอู๋จับเจ้าแคว้นเยวี่ยนาม ‘โกวเจี้ยน’มาเป็นทาส หลังจากโกวเจี้ยนได้รับการปล่อยตัวกลับแคว้นก็จะนอนบนฟืนแข็งปูหยาบๆ และลิ้มรสความขมของน้ำดีอยู่เสมอเพื่อไม่ให้หลงลืมค