ามกลับมีท่าทางเปิดเผยตรงไปตรงมา ไม่ได้แสดงอาการประหวั่นให้เห็นสักเท่าไร อีกทั้งเมื่อครู่ยังประหนึ่งจับจุดตายของเขาได้ก็มิปาน
เพียงสายตาก็คล้ายว่านางมองคนได้ทะลุปรุโปร่ง
ทำให้เขานึกถึงคนแซ่เซี่ยผู้นั้น
นึกถึงกลางฤดูหนาวปีนั้นที่เขายังเป็นขอทานน้อยซึ่งคอยขอเงินอยู่นอกศาลเจ้าหลักเมืองปราศจากเสื้อผ้าสวมใส่ไร้อาหารตกถึงท้อง เขาที่เอากระสอบห่อหุ้มกายถูกขับไล่จนล้มกระแทกพื้น หัวเข่ากับหน้าผากเต็มไปด้วยโลหิต
เมื่อเงยหน้าถึงพบว่าตนขวางทางขบวนของผู้สูงศักดิ์
คนกลุ่มนี้สวมเสื้อผ้าอาภรณ์หรูหราอย่างหาได้ยากยิ่ง ผู้เดินนำขบวนเป็นชายอายุสี่สิบกว่าปีสวมรองเท้าส้นสีขาว สวมเสื้อคลุมผ้าไหมหางโจวคอกลมสีกรมท่า ท่าทางคึกคักกระปรี้กระเปร่าเพียงแต่ช่วงหว่างคิ้วดูขึงขังจริงจังจนเกินไป จากคำบอกเล่าของหมอดูตาบอดในศาลเจ้า นี่คือนรลักษณ์ของผู้มีกลิ่นอายพิฆาต ดวงชะตาแข็งกร้าวยิ่งนัก ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาทั่วไปจะเทียบเทียมได้ หากพบเจอจะต้องหลีกลี้หนีห่างจากคนจำพวกนี้เสีย
เขาพลันตกอกตกใจ ครั้นมองอีกทีก็เห็นว่ามีคนเดินติดตามด้านหลังอย่างเอิกเกริกอีกหลายสิบ คล้ายกำลังมุ่งหน้าไปทางศาลเจ้ากัน เขากุลีกุจอเตรียมหลีกทางให้
คิดไม่ถึงว่ากลับมีคนเรียกให้หยุดจากทางด้านหลัง
เขานึกว่าตนถึงคราวซวย จึงชักเท้าเผ่นโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง แน่นอนว่าไม่อาจวิ่งหนีไปได้ไกลนัก ไม่นานก็ถูกจับและหิ้วตัวกลับมาอยู่ตรงหน้าคนกลุ่มนี้อีกครา เขารี