ือบตามองเขา “ขอบคุณ แต่ข้าไม่หิว”
ชายฉกรรจ์มีรอยดาบบากบนใบหน้าเดินเข้ามาด้วยท่าทางเปิดเผยและห้าวหาญ “จางเซียนเซิงช่างมีความสามารถน่าอัศจรรย์เสียจริง ข้าเหลาจิ่วไม่ได้พบผู้ที่ร้ายกาจเช่นนี้มานานมากแล้ว เมื่อคืนพวกข้าเข้าใจผิดไป คิดไม่ถึงว่าที่แท้แม่นางน้อยงามล้ำผู้นั้นจะเป็นน้องสาวของท่านท่านวางใจได้ ตลอดเส้นทางนี้มีพวกข้าอยู่ ไม่มีทางปล่อยให้ผู้ใดมาทำร้ายนางแม้แต่ปลายก้อย”
จางเจอ “…”
เขายังไม่ทันได้ตอบอะไร สาวกนิกายสวรรค์ซึ่งกำลังจัดอานม้าอยู่ด้านข้างก็แค่นเสียงดูแคลนสอดคำขึ้นมาว่า “แม่นางมีสถานะเช่นไร แล้วเจ้าน่ะมีสถานะเช่นไร ใจร้อนอยากกินเนื้อหงส์ฟั้าถึงเพียงนี้ไม่กลัวลวกปากเอาหรือ”
ชายหน้าบากสีหน้าแปรเปลี่ยนในบัดดล
ขณะที่จางเจอกำลังเดินกลับมาและเงยศีรษะก็เห็นเจียงเสวี่ยหนิงยืนอยู่หน้ากำแพง ดรุณีน้อยยังคงสวมเสื้อคลุมของเขา ดวงหน้าขนาดเท่าฝั่ามือเผยความจิ้มลิ้มขาวนวลเนียนชัดแจ้ง นางกำลังมองภาพวาดฝาผนังซึ่งสึกกร่อนจากพายุลมฝนไปพอสมควร แสงตะวันทอลอดผ่านไอหมอกตกกระทบพลิ้วไหวบนคิ้วและหางตา ทำให้ผู้พิศมองไม่อาจละสายตาจาก ในที่สุดเขาจึงพอเข้าใจแล้วว่าคนพวกนั้นกำลังเล่นงิ้วบทใดกันอยู่
นอกจากนี้ข้างกายนางยังมีเงาร่างขัดหูขัดตาเพิ่มมาอีกหนึ่ง
นั่นคือคุณชายติ้งเฟยแห่งนิกายสวรรค์ผู้ทำหน้าเบื่อหน่ายและหาข้ออ้างเดินหลบออกมาตอนทุกคนหารือกันเซียวติ้งเฟยไม่สนใจพวกเรื่องบ้าบอในนิกายสวรรค์แม้แต่น้อ