ย เมื่อเห็นจางเจอหยิบสิ่งของแสดงตนออกมา เขาก็มั่นใจอย่างยิ่งยวดว่าตาเฒ่ากงอี๋เฉิงม้วยมรณาไปแล้ว ไตร่ตรองครู่หนึ่งจึงคิดว่าตนควรหนีออกจากวงสนทนานั่นเสียดีกว่า
เพราะถึงอย่างไรเขาก็จำได้ว่าข้างนอกยังมีหญิงงาม
ยามเดินกลับมาก็มองเห็นเจียงเสวี่ยหนิงยืนอยู่ตรงกำแพงศาลเจ้าที่ใกล้ถล่ม เขาก็ตกในภวังค์ครู่หนึ่ง คิดว่านั่นมันเทพธิดาแห่งเขาอู[3]ในภาพวาดชัด ๆ จึงเข้าไปใกล้อย่างอดใจไม่ไหว
ภาพวาดนอกศาลเจ้าไม่มีอะไรมากไปกว่าภาพเหมือนขององค์พระศาสดา ยิ่งกว่านั้นส่วนที่ล้มก็ล้ม ส่วนที่พังก็พัง สีพร่าเลือนจนเป็นด่างดวงมาตั้งแต่แรก มองอะไรไม่ค่อยออก
มีอะไรน่าดูกัน?
เซียวติ้งเฟยไร้ความรู้ความสามารถ ใจอยากจะแสร้งทำทีพูดเสริมสักหลายประโยค แต่ค้นจนทั่วสมองแล้วก็ยังนึกคำดี ๆ ไม่ออก จึงพลันเข้าไปสนทนาด้วยความเปิดเผยตรงไปตรงมาอย่างผิดวิสัย “แม่นางชอบศึกษาพระธรรมหรือ”
เจียงเสวี่ยหนิงแค่กำลังรอจางเจอ ทั้งยังหวาดระแวงพวกคนของนิกายสวรรค์และนักโทษแหกคุก ไม่สะดวกใจจะเข้าไปใกล้ชิดมากนัก นางจึงยืนมองกำแพงไปอย่างนั้นเอง
อีกอย่างนางใช่คนใฝั่ศึกษาหาความรู้ที่ไหนกันเล่า
ชาติก่อนนางกับเซียวติ้งเฟยเหมือนกันมากในด้าน ‘ไร้ความรู้ความสามารถ’ ด้วยซ้ำ
หางตานางเหลือบเห็นเซียวติ้งเฟยเดินมาใกล้ตั้งแต่แรก เมื่อได้ยินเขาเอ่ยวาจาจึงไม่ได้ประหลาดใจ เจียงเสวี่ยหนิงนึกหัวเราะเย้ยหยันแสร้งทำท่าทีไม่อยากจะแยแสนัก “ไม่ได้ชอบ”ไม่กี่คำก็ตัดโ