ถ่อย[2]สงสัยผีสางเทวดา[3]อยู่หรือเปล่านะ “คิดมากเกินก็ยังดีกว่าคิดน้อยเกิน ดูท่าปัญหาคราวนี้จะแก้ไขเรียบร้อยแล้วสิ เพียงแต่เจ้าเป็นฝั่ายดูออกเองว่าจดหมายตกอยู่ในเงื้อมมือผู้ใด หรือว่าอีกฝั่ายทิ้งข้อความบอกกล่าวเอาไว้ล่ะ หากเป็นอย่างหลัง เจ้าได้บอกความเคลื่อนไหวของพวกเราให้ผู้อื่นล่วงรู้ล่วงหน้าบ้างหรือไม่”
“…”นิ้วที่กดตั๋วเงินของเซี่ยเวยคล้ายชะงักไปครู่หนึ่ง
หลี่ว์เสี่ยนเห็นแล้วเลิกคิ้วทันที
เขารู้จักกับเซี่ยเวยมานานพอสมควร ถึงขั้นพอเห็นสีหน้าเจ้าตัวเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยก็รู้แล้วว่าตนพูดแทงใจดำเข้า แต่คนฉลาดเมื่อเอ่ยมาถึงตรงนี้ก็ควรจะหยุด
หลี่ว์เสี่ยนทอดสายตามองนอกหน้าต่างอันมืดมิด จากนั้นจึงบอกว่า “เจ้าควรกลับไปได้แล้ว”
เซี่ยเวยลุกขึ้นกล่าวอำลาก่อนจากไปยังนำตั๋วเงินหนึ่งหมื่นห้าพันตำลึงไปด้วย
หลี่ว์เสี่ยนไม่ได้ขัดขวาง ทั้งยังไปส่งเขาที่ประตู
เมื่อขึ้นรถม้ากลับจวน เซี่ยเวยก็นั่งพิงตัวรถจ้องมองคราบหมึกบนตั๋วเงินในมือพลางครุ่นคิดอยู่นาน
เมื่อถึงหน้าประตูจวนก็ลงจากรถ
เตาฉินเห็นเขามีสีหน้าผิดปกติอยู่บ้าง
เซี่ยเวยหลุบตา ไม่รู้คิดอะไรจู่ ๆ ก็หัวเราะแล้วกล่าวว่า “พรุ่งนี้เจ้าจงไปจวนตระกูลเจียงเชิญหนิงรองให้กลับมาเรียนพิณ แม้นางไม่ต้องไปตำหนักเฟิงเฉินแล้ว แต่การเรียนก็ไม่อาจทอดทิ้ง”
—————
โจวอิ๋นจือลอบตื่นตระหนก
เจียงเสวี่ยหนิงรวบรวมเงินได้ครบช่วงบ่ายการต้องมอบเงินจำนวนมากให้คนอื่นเช่นนี้นา