เนื่องมาหลายวันแล้ว
หลี่ว์เสี่ยนครุ่นคิดก่อนออกมาข้างนอก ทั้งยังรีบยัดตั๋วเงินรวมถึงตราประทับไว้กับตัวเพื่อปั้องกันข้อผิดพลาด จากนั้นค่อยรับร่มมาจากเด็กรับใช้แล้วมุ่งตรงไปยังวัดไปั๋กั่วภายในเมืองหลวงหลายวันมานี้เขาส่งคนไปจับตาดูที่จวนชิงหย่วนปั๋อ
หลี่ว์เสี่ยนรู้ร่องรอยของโหยวฟางอิ๋นราวกับเป็นสิ่งของที่กุมไว้ในมือ
พรุ่งนี้โหยวฟางอิ๋นจะออกเดินทางจากเมืองหลวงไปแดนสู่ สตรีก่อนวิวาห์ต้องไปจุดธูปสักการะที่วัดเพื่อขอพรให้บุพเพสันนิวาสของตนดำเนินไปอย่างราบรื่น แม้นางจะแต่งงานหลอกๆ แต่เรื่องที่ควรกระทำก็ไม่ตกหล่นเลยสักเรื่อง ดูจากเปลือกนอกจึงปราศจากพิรุธ
ครานี้มีสาวใช้ตัวน้อยจากจวนเดินทางมากับนางด้วยทว่าหลี่ว์เสี่ยนไม่เห็นตัวละครเล็ก ๆ พรรค์นี้ในสายตา เขาส่งใครคนหนึ่งไปดึงตัวสาวใช้ให้สนทนาอยู่ภายนอก ส่วนตนก็เคาะประตูเรียกแบบไร้ซึ่งความเกรงใจ “ผู้ที่อยู่ข้างในคือแม่นางโหยว โหยวฟางอิ๋นใช่หรือไม่ ข้าน้อยหลี่ว์จ้าวอิ่นมีการค้าอย่างหนึ่งจึงมาหาแม่นางเพื่อขอสนทนาด้วย”
วันนี้โหยวฟางอิ๋นมาไหว้พระเสี่ยงเซียมซีขณะกำลังอ่านเซียมซีอย่างตั้งใจก็ได้ยินเสียงเคาะประตูจึงสะดุ้งเฮือก ครั้นได้ยินผู้ที่อยู่ภายนอกแจ้งชื่อเสียงเรียงนาม ในสมองก็ผุดใบหน้าหนึ่งขึ้นมา
คุณหนูรองคาดการณ์ไม่ผิดเลย คนผู้นี้มาหาจริงด้วยนางรู้สึกนับถือเจียงเสวี่ยหนิงอย่างยิ่ง ทว่าก็ประหม่าตึงเครียดเช่นกัน นางฝืนสงบสติอารมณ์ก่อนเอ่ยว่า “เช