บพื้น ๆ แต่เมื่อเห็นเจ้าเปลี่ยนเป็นเช่นนี้และไม่ต้องทนทุกข์ทรมานในจวนอีก ข้ารู้สึกว่าคนผู้นี้พอจะผ่านเกณฑ์คู่ควรกับฟางอิ๋นของพวกเราบ้างแล้ว”
นางพูดจนโหยวฟางอิ๋นหน้าแดง กล่าวตะกุกตะกัก “แต่ง แต่งงานกันหลอก ๆ เท่านั้นเองเจ้าค่ะ”
เจียงเสวี่ยหนิงเพิ่งนึกได้ นางร้องอ้อก่อนจะถอนหายใจ “เรื่องใหญ่เช่นการแต่งงาน สำหรับสตรีส่วนใหญ่แล้วมีเพียงครั้งเดียวในชีวิต แต่เจ้าต้องทำเพราะความจำเป็น ช่างไม่เป็นธรรมต่อเจ้าเหลือเกิน”
โหยวฟางอิ๋นกลับมิได้รู้สึกไม่เป็นธรรมอันใดแม้การแต่งงานจะถือเป็นงานมงคลครั้งใหญ่เพียงครั้งเดียวในชีวิตของใครหลายคน ทว่าสำหรับนาง การใช้ชีวิตในจวนชิงหย่วนปั๋อนับว่าสาหัสสากรรจ์จริง ๆ หากฉวยโอกาสนี้หนีพ้นย่อมถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยกล้าจินตนาการ
หลายวันมานี้นางไม่กล้านอนหลับลึกเกินไปด้วยเกรงว่าหากหลับแล้ว เมื่อตื่นมาจะพบว่าทุกสิ่งเป็นเพียงฝันหวานฉากหนึ่ง
นางไม่รู้ว่าควรแสดงความรู้สึกของตนเช่นไรทำได้เพียงส่ายศีรษะอย่างจริงจัง “ไม่เจ้าค่ะไม่ได้รู้สึกไม่เป็นธรรมแม้แต่น้อย คุณชายเหรินผู้รับปากฟางอิ๋นเรื่องนี้เสียอีกที่ต้องลำบากใจอยู่บ้าง…”
ลำบากใจอย่างนั้นหรือ
ได้เงินก้อนหนึ่งทั้งยังได้ตบแต่งภรรยาดี ๆแม้จะเป็นการแต่งงานจอมปลอม แต่ก็เป็นเรื่องดีๆ ที่ต่อให้พยายามควานหาทั่วใต้หล้าก็ยังหาไม่เจอด้วยซ้ำ แล้วเหรินเหวยจื้อกล้าลำบากใจอะไรด้วยหรือ
เจียงเสวี่ยหนิงแค่นเสียงเบา