ุ้นต้องมีมูลค่าห้าเหรียญเงินซึ่งเท่ากับห้าร้อยอีแปะข้าไม่เคยคิดเลยว่าจะมีคนออกเงินจริง มีคนรวยอยู่ในเมืองหลวงมากขนาดนี้เชียวหรือ”
“นั่นก็ไม่แน่ ท่านน่ะยังไม่รู้เรื่องอีกหรือ”
“เหตุใดถึงกล่าวเช่นนี้”
“เถ้าแก่หลี่ว์แห่งร้านโยวหวงในเมืองหลวงออกเงินไปห้าพันตำลึงเงินเชียวนะ มีหนึ่งหมื่นหุ้นอยู่ในมือ เรียกได้ว่าร่ำรวยแล้วไม่กลัวอะไรเลย ช่างกล้าซื้อจริง ๆ !”
“นั่นสิ หากคนแซ่เหรินผู้นั้นหอบเงินหนีไปจะทำเช่นไร”
“เรื่องนี้ท่านก็คงยังไม่รู้อีกกระมัง คนเขาเจรจางานมงคลกับชิงหย่วนปั๋อเรียบร้อยแล้วเท่ากับเป็นการบอกว่าข้าไม่หนีไปไหนหรอกขอให้พวกท่านโปรดวางใจ มิหนำซ้ำยังอนุญาตให้ผู้ออกเงินนำหุ้นไปขายต่อได้อีก หากไม่ไว้วางใจก็ขายหุ้นออกไปตอนนี้ได้เลย”
“พูดจาเสียดิบดี แต่ผู้ใดจะกล้าซื้อจริง ๆ กันเล่า!”“นั่นสิ อย่าว่าแต่หุ้นละห้าเหรียญเงินเลย ต่อให้หุ้นละสองเหรียญเงินข้าก็ไม่ซื้อ เขามีเพียงนาเกลือที่เสื่อมโทรมแห่งหนึ่งกับแผ่นพิมพ์เขียวที่ไม่ยอมให้ผู้ใดดู แล้วใครจะไปเชื่อล่ะว่าเขาเก่งกล้าสามารถพอจะทำนาเกลือ”
“น่าแปลก เถ้าแก่หลี่ว์ซื้อไปแค่ห้าพันตำลึงเงิน แล้วผู้ใดเป็นคนซื้ออีกหนึ่งหมื่นห้าพันตำลึงเงินหรือ”
“ข้ารู้มาว่าเถ้าแก่หลิวที่ค้าผ้าไหมซื้อไปหลายร้อยตำลึงเงินเล่น ๆ ถึงอย่างไรเจ้าตัวก็มีเงินไม่ขาดมือจึงถือเสียว่าช่วยเหลือผู้เยาว์ แล้วพวกท่านเล่า มีผู้ใดต้องการซื้อหรือไม่ ข้าช่วยเจรจาให้ได้นา”“ใครจะไ