ลเซียวเองเสียก็ได้ แต่คงรู้อยู่แล้วว่าติ้งกั๋วกงไม่ใช่คนดีมีเมตตาอันใด ดีไม่ดีพอได้รับจดหมายอาจไล่ตามแกะรอยขุดรากถอนโคนจนสร้างผลงานชิ้นใหญ่อีกครั้ง พวกเราก็ได้แต่หวังว่าพวกมันอย่าเพิ่งไปรนหาที่ตายแล้วกัน”
โจวอิ๋นจือตื่นตระหนกเล็กน้อย “แต่เงินก้อนโตเช่นนี้…”
เจียงเสวี่ยหนิงตัดบท “เจ้าแค่ไปบอกก็พอส่วนเรื่องเงินข้าจะหาวิธีเอง”
ต่อให้รวมเงินที่เจียงปั๋อโหยวมอบให้ก่อนหน้ากับเงินส่วนตัวที่นางมีจำนวนหนึ่งก็ยังไม่ถึงสี่หมื่นตำลึงอยู่ดี ยิ่งไปกว่านั้นยังต้องเก็บไว้เผื่อเหตุฉุกเฉินด้วย เมื่อขาดเงินส่วนนี้ไปจึงอดกลุ้มใจไม่ได้
เมื่อโจวอิ๋นจือจากไปแล้ว เจียงเสวี่ยหนิงก็นั่งตรึกตรองในห้องตามลำพังอยู่นานสองนานสุดท้ายก็ถอนหายใจพร้อมตัดสินใจได้นางสั่งให้คนไปแจ้งข่าวเหรินเหวยจื้อ
ด้วยเหตุนี้เช้าวันต่อมา บรรดาพ่อค้าและคนกลางซึ่งเดินทางมายังโรงเตี๊ยมสู่เซียงพลันค้นพบเรื่องผิดปกติเล็กน้อย…มีปั้ายขนาดพอประมาณแขวนอยู่ในห้องโถงของโรงเตี๊ยมตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่ทราบ ระบุเอาไว้ว่า ‘หุ้นจำนวนสี่ส่วนของนาเกลือตระกูลเหรินจากเมืองจื้อกงแห่งซื่อชวนขายหมดแล้ว ได้เงินมาสองหมื่นตำลึง เร็ว ๆ นี้จะเดินทางกลับแดนสู่เพื่อดำเนินกิจการนาเกลือส่วนเรื่องการใช้เครื่องขุดบ่อจะให้ม้าเร็วมาส่งข่าวยังเมืองหลวงเป็นระยะ หุ้นที่ทุกท่านซื้อไปหากจำเป็นก็ขายต่อได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากตระกูลเหริน อย่างไรก็ตามราคาและยอดรวมที่ขายออ