กไปจะต้องบันทึกลงบนปั้ายแผ่นนี้เพื่อประกาศต่อสาธารณชน’ !เมื่อแขวนปั้ายนี้แล้วพลันเหมือนทุ่มศิลาลงทะเลสาบ เกิดระลอกคลื่นยักษ์เป็นพันชั้นในหมู่พ่อค้าวาณิชเมืองหลวง!
—————–
‘งานมงคล’ ของเหรินเหวยจื้อกับโหยวฟางอิ๋นกำหนดอย่างรวดเร็ว
พอโหยวฟางอิ๋นบอกแผนการของตนให้เจียงเสวี่ยหนิงทราบแล้วไม่ถูกคัดค้าน นางก็ได้รับการปล่อยตัวกลับบ้านด้วยความร่วมมือจากองครักษ์เสื้อแพรใต้บังคับบัญชาของโจวอิ๋นจือ
บ่ายวันนั้นเหรินเหวยจื้อจึงมาสู่ขอโหยวฟางอิ๋นเป็นเพียงบุตรีอนุภรรยาภายในจวน นางถูก ‘ขัง’ คุกตั้งหลายวันแต่ไม่มีผู้ใดครุ่นคิดหาวิธีไปรับตัวกลับมาเลยสักนิด เมื่อกลับถึงจวน ทุกคนเบื้องบนตั้งแต่ท่านปั๋อและคุณหนูรวมทั้งเบื้องล่างอย่างบ่าวไพร่และสาวใช้ก็ยังดูถูกดูแคลนนางสารพัดอย่าง
โหยวเย่ว์ยิ่งแค้นใจเรื่องที่โหยวฟางอิ๋นอาละวาดจนเกือบลงมือกับตน นางจึงคิดหาโอกาสเอาคืน
ผู้ใดเล่าจะนึกว่ากลับมีคนมาสู่ขอ
ครานี้ทำเอาตื่นตระหนกกันทั้งจวนปั๋อ
คนเขามาสู่ขอถึงจวน ชิงหย่วนปั๋อไม่อาจปฏิเสธปล่อยไว้ด้านนอก จึงเชิญตัวเข้ามาสนทนาตามมารยาท
เหรินเหวยจื้อไร้ญาติพี่น้อง ในเมืองหลวงก็ปราศจากคนคุ้นเคย เขาจึงมาด้วยตนเอง
——————–1. ขว้างมุสิกเกรงว่าจะกระทบสิ่งอื่น หมายถึงทำอะไรเด็ดขาดไม่ได้เพราะจะกระทบกระเทือนพวกพ้อง หรือมีผู้ขัดขวางเป็นอุปสรรคอยู่2. หากไม่มีช่องรู ลมไม่มีทางพัดลอด เป็นสำนวน หมายถึงหากไม่มีเหตุหรือเค้ามูลมาก่อน ก็ไม