แค้นโหยวฟางอิ๋น ทั้งที่ฝั่ายนั้นเป็นแค่บุตรีอนุภรรยาแต่ริอ่านเงื้อม้านั่งจะเล่นงานตน นางจึงอยากหาโอกาสทำให้สองคนนี้ตาย ๆ ไปเสีย
ยามนี้เมื่อขบคิดอย่างถ้วนถี่ก็อดยิ้มหยันไม่ได้
นางสารเลวโหยวฟางอิ๋นที่ผ่านมาไม่ค่อยได้ออกจากจวน แล้วจะไปรู้จักผู้ชายข้างนอกได้อย่างไร แต่เหรินเหวยจื้อกลับมาสู่ขอโหยวฟางอิ๋นโดยเฉพาะ ดังนั้นเรื่องนี้ก็คาดเดาได้ง่ายมาก แสดงว่าทั้งสองต้องไปก้อร่อก้อติกกันตั้งแต่ตอนนางให้โหยวฟางอิ๋นออกหน้าไปถามเรื่องนาเกลือก่อนหน้านี้เป็นแน่
นางแพศยาไม่รู้จักรักนวลสงวนตัว!
แม้ใจจะคิดเช่นนี้ แต่ปากย่อมไม่จำเป็นต้องกล่าวออกไป
โหยวเย่ว์คิดว่านี่คือโอกาส
ไม่ว่าอย่างไรตนก็เป็นบุตรีภรรยาเอกของจวนปั๋อ มีสิทธิ์มีเสียงภายในจวน
ฉะนั้นจึงลอบส่งสัญญาณให้เหรินเหวยจื้อทันที
เหรินเหวยจื้อ ‘รู้มารยาท’ เช่นกัน เขาขอให้โหยวเย่ว์ช่วยเจรจาเรื่องงานมงคลด้วยความเคารพนบนอบยิ่ง ยัดซองแดงจำนวนหนึ่งพันตำลึงให้ก่อนบอกว่ารอให้เรื่องสำเร็จแล้วจะแสดงความขอบคุณอีกครา
โหยวเย่ว์กำเงินอย่างยินดีเป็นล้นพ้นก่อนหน้านี้นางจ่ายสองพันกว่าตำลึงซื้อหุ้นนาเกลือไปแล้ว เงินขาดมืออยู่พอดี เมื่อมีหนึ่งพันตำลึงนี้ย่อมคล่องตัวขึ้นไม่น้อย
นับประสาอะไรกับเงินที่จะได้รับตามมาอีก
ไม่ว่าอย่างไรโหยวฟางอิ๋นก็เป็นคุณหนูจากจวนปั๋อ หากแต่งงานออกไปก็ยิ่งรับประกันเงินที่โหยวเย่ว์ลงทุนในนาเกลือมิใช่หรือ
ด้วยเหตุนี้นางจึงทำทีเป็นลำบากใจขณะ