รับปากเหรินเหวยจื้อว่าจะช่วยพูดจาให้สักสองสามประโยค
ด้านชิงหย่วนปั๋อ หลังจากไล่เหรินเหวยจื้อไปก็รู้สึกเสียใจขึ้นมาบ้าง
แม้จวนปั๋อจะยังครองบรรดาศักดิ์ แต่มิได้ครองอำนาจแท้จริงในราชสำนัก อีกทั้งช่วงก่อนหน้านี้ยังเสียเงินก้อนโตเพื่อช่วยโหยวเย่ว์ออกจากคุกจนแทบสิ้นเนื้อประดาตัวเสียด้วยซ้ำ
เงินสามพันตำลึงแม้จะถือว่าไม่มาก แต่ก็ถือว่าไม่น้อย
ไม่นานนักโหยวเย่ว์ก็มาหว่านล้อม “ท่านพ่อท่านเลอะเลือนแล้วหรือไรเจ้าคะ นางสารเลวนั่นมีชาติกำเนิดต่ำต้อย ตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงไหนเลยจะชายตามอง ต่อให้มอบนางเป็นอนุก็ใช่ว่าคนเขาจะเอา เหรินเหวยจื้อผู้นี้แม้ชาติตระกูลต่ำต้อยไปสักหน่อย แต่จะดีจะชั่วก็เป็นคนศึกษาเล่าเรียน ที่สำคัญคือบ้านทำกิจการนาเกลือ ท่านคงไม่ทราบสินะเจ้าคะว่าในเมืองหลวงมีหลายคนไปซื้อหุ้นนาเกลือของเขา หากเขากลับไปแล้วประสบความสำเร็จ ไม่แน่อาจกลายเป็นมหาเศรษฐี ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงว่าบัดนี้เจ้าตัวยังยอมมอบสินสอดให้ตั้งสามพันตำลึงอีก เรื่องที่ว่าคนผู้นี้จะประสบความสำเร็จหรือเปล่าท่านยังไม่ต้องคิดไปก่อนก็ได้ แต่นี่คือเงินที่ได้มาเปล่า ๆ เลยนะเจ้าคะ! เจ้าคนแซ่เหรินผู้นี้อยากสู่ขอนางสารเลวนั่นเอง ต่อให้พวกเราไม่ได้ให้สินเจ้าสาว เขาก็ไม่กล้าพูดอะไรหรอกเจ้าค่ะ!”
ชิงหย่วนปั๋อลำบากใจเล็กน้อย “แต่ว่าข้าไล่ไปแล้ว…”โหยวเย่ว์กลอกตา “นั่นยังไม่ง่ายดายอีกหรือเจ้าคะ ถ้าข้าสั่งให้คนไปตามตัวอีกรอบมีหรือเขาจะไม่